20.12.57

ฮักแป้



เเพร่เป็นเมืองน่ารัก
น่ารักแบบไม่คิดมาก่อนว่าจะน่ารักขนาดนี้
แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ
แต่ประกอบขึ้นมาจากรายละเอียดที่งดงาม




























ฉันชอบบ้านเก่าตกแต่งด้วยไม้สลักเสลาที่มีให้เห็นทุกมุมถนน
ชอบคนที่นี่ก็รักที่จะดูแลผลงานศิลปะที่ปู่ย่าสรรค์สร้างไว้อย่างเหนียวแน่น
วัด คุ้ม กาด มีให้เดินเพลิดเพลินสำราญใจ
ชอบชุมชนที่ไม่ใหญ่จนไม่รู้ว่าเราเป็นใคร
ยามฉันปั่นจักรยานผ่านบ้านต่างๆรอบเมือง
คุณลุงคุณป้าที่ยืนอยู่หน้าบ้านบ้างก็โบกมือทักทาย











ไม่เคยรู้สึกประทับใจที่ไหนลึกๆแบบนี้มานานแล้ว
เหมือนเอาเวลาแช่ช่องฟรีซเป็นก้อนไว้
แล้วเอาออกมาวางให้ละลายอย่างช้าๆ

ฮักแป้

20.11.57

เชียงดาว ... Every cloud has a silver lining




















ไม่ค่อยรู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับดอยหลวงเชียงดาว
ไม่เคยอ่านรีวิวของนักเดินทางที่เคยเหยียบย่างไปมาก่อน
ไม่เคยรู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่นี่สวยแค่ไหน
เคยได้ยินแค่ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ ซึ่งแตกต่างไปจากที่อื่นๆ
มีพืชบางชนิดเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ที่นี่  (เช่น ดอกเทียนนกแก้ว )
และเมื่อยืนอยู่บนยอดดอยนี้ยามค่ำคืน
จะมองเห็นหมู่ดาวใกล้ตา อย่างที่เคยได้รับนามว่า เพียงดาว
แต่เพียงสองข้อนี้ ก็ดึงดูดใจมากพอที่ทำให้สำรวจตารางเวลา
และตัดสินใจกับตัวเองว่า
หนาวเเรกของปีนี้ 
เราจะไปหนาวที่ ดอยหลวงเชียงดาว




         















































หยาดฝนพรำต้อนรับในวันเดินทางวันแรก
ทำให้การเดินทวีความยากมากขึ้น
ทว่าดีที่อากาศไม่ร้อนมาก
และเห็นได้ภาพยอดเขาเคล้าละอองฝนและหมอกที่สวยไปอีกแบบ

อีกใจก็กลัวว่าหากฟ้าไม่เปิดและฝนยังคงตกต่อเนื่องทุกวัน
เราคงอดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตลอดจนดาวนับพัน
เลยช่วยกันภาวนาขอให้ฟ้าเป็นใจ



       






























































































































โชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง
เพราะวันรุ่งขึ้นฟ้ากระจ่างเหมือนไม่มีฝนมาก่อน
เลยได้ขึ้นไปดูทะเลหมอกพร้อมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่ดอยกิ่วลมเหนือ
และพระอาทิตย์ตกที่ยอดดอยหลวงเชียงดาว
ยอดดอยที่สูงเป็นอันดับสามรองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก
แถมด้วยทางช้างเผือกพร้อมหมู่ดาวระยิบระยับนับพันยามค่ำ
ภาพงามตอนนั้น 
ทำให้ลืมความเหนื่อยและความยากลำบากทุกอย่าง










































































ไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่
เชียร์เลยว่าถ้ายังมีแรงอยู่
ลองมาขึ้นดอยหลวงเชียงดาวสักครั้ง
เป็นประสบการณ์ดีๆที่ไม่มีวันลืมจริงๆ



















ป.ล. ทริปนี้เป็นทริปที่ถ่ายรูปน้อยมาก
เพราะลื่นล้มบ่อย มือเปื้อนดินจนไม่คิดจะหยิบกล้อง
อีกทั้งต้องประคองตัวและประคองสติให้เดินตรง ไม่ไถลตกไปข้างทาง      
ไม่มีภาพเซลฟี่ใดๆทั้งสิ้น


               

13.11.57

Rookierun #4























10 K ครั้งที่สอง
งานเริ่มเร็วเลยวิ่งไปแบบง่วงๆงงๆ
ยังคงวิ่งช้าเหมือนเคย

เมื่อไหร่จะได้ฮาล์ฟกับเขาบ้างนะ


ป.ล.ชอบเลข BIB ด้วย เรียงกัน 1234






2.11.57

บูมเมอแรง




















อาทิตย์ก่อน
นั่งฟังเพลงบูมเมอแรงของพี่เบิร์ด จากรายการเดอะวอยซ์
อาทิตย์นี้
เจอคำพูดนี้ ในนิตยสาร a day
เห็นแล้วมันนึกเชื่อมโยงถึงกันโดยอัตโนมัติ

วิธีการติดต่อสื่อสารสมัยนี้มีหลายเส้นทางนัก
ถ้าคนยังอยากรู้จักกัน
อยากรู้ความเป็นไป
อยากอยู่ในชีวิตของกันและกัน
มันเป็นเรื่องง่ายมาก

อย่าคิดว่าจะหนีกันซะให้ยาก

" ถึงเธอนั้นคอยผลักไส
ถึงตัวฉันเองจะไป
แต่ไปไหนไม่เคยไกล
ใจมันก็ลอยมาหาเธอ

ก็เพราะว่าตัวฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไป ยิ่งแรงยิ่งกลับมาเร็ว
ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปทุกแห่งกลับมาที่เดิม "

23.10.57

ผัดกะเพรา




อาหารสิ้นคิดประจำตัวฉันคือข้าวผัดกะเพรา 
(ถ้าแถมไข่ดาวกรอบด้วยสักฟองจะยิ่งเยี่ยมยอด)
ไปไหนมาไหนคิดอะไรไม่ออกก็สั่งข้าวผัดกะเพรา
ฉันว่ามันเป็นอาหารจานเผ็ดที่ยังอยากกินแม้จะอากาศร้อน
และต้องทรมานกับกลิ่นชวนจามระหว่างแม่ค้าผัด
ฉันว่ามันครบครันด้วยคุณค่าทางอาหารจากแป้ง โปรตีน ไขมัน 
ตลอดจนไฟเบอร์จากใบกะเพราที่มาพร้อมสรรพคุณช่วยขับลม แก้จุกเสียด
ในกรณีที่เอร็ดอร่อยรีบกลืนโดยไวไม่ทันเคี้ยวให้ละเอียด

ยังจำกะเพราน้อยที่ฉันปลูกไว้ริมระเบียงได้หรือเปล่า
ตอนนี้ต้นสูงชะลูดยืดยาว เอนเข้าหาแสงแล้ว
ฉันเลยคิดว่าได้ฤกษ์ที่จะเด็ดมาเชยชิมเสียหน่อย
ก่อนที่มันจะร่วงโรยราไปตามอายุขัย

กลางวันนี้เลยเข้าตลาดติดแอร์
เลือกกระเทียมกลีบอวบ น้ำมันมะกอกขวดใหม่
เนื้อหมูสับ ไข่ไก่ไว้ทำไข่ดาว
พริกมีอยู่แล้วในตู้เย็น กะเพราะเอื้อมเด็ดในกระถาง
เมื่อไตร่ตรองดูแล้วว่ามีเครื่องปรุงครบ
ก็รีบสาวเท้ากลับบ้าน

โดยไม่ร่ำไร
หยิบกระทะมาตั้ง 
เทน้ำมันมะกอกลงไป รอให้ไฟร้อน 
ตอกไข่ใส่ คอยระวังระไวน้ำมันที่ดีดเด้งดังฉ่า
จนไข่สุกได้ที่ตามต้องการ 
ตักขึ้นพักไว้

เติมน้ำมันลงไปอีกนิดไม่ให้ติดกระทะ
ฉันชอบผัดกะเพราแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำมันมาก
ใส่กระเทียมกับพริกที่หั่นพอเป็นพิธีลงไป
ทันใดนั้นก็ก่อเกิดปฏิกิริยาทางเคมีชีวภาพ
กลิ่นฉุนปะทะจมูกจนฉันต้องหันหน้าหนีไปอีกทาง 
เสียงจามดังมาสองสามหน
จากนั้น ตามด้วยการเทหมูสับ 
เคาะป๊อกๆแป๊กๆ ผัดจนสุก 
เหยาะน้ำปลานิด ซอสและน้ำหน่อย
โรยใบกะเพราให้เยอะจุใจ
คลุกให้กลิ่นซ่านัวไปกับเนื้อหมู
เพิ่งได้สูตรใหม่มาว่าถ้าทำให้ใบกะเพราะช้ำเล็กน้อย
กลิ่นของมันจะหอมยิ่งขึ้น
ทว่ากระทะนี้ฉันมือไวใส่ใบกระเพราะไปก่อนแล้ว 
อดพิสูจน์ว่าจริงเท็จประการใด
พอผัดกระเพราหอมชวนหิวจนทนไม่ไหวแล้ว
หยิบจานที่มีข้าวราดไข่ดาวมาใกล้
ใช้ตะหลิวตักผัดกระเพราราดข้าว 
ควันขึ้นฉุย
ปิดเตา  ปิดจ็อบ

เอาจริงๆ 
รสชาติกะเพราที่ฉันทำไม่ได้อร่อยล้ำเลิศลอยชั้นฟ้าอะไรเลย
สั่งคุณป้าข้างบ้านยังถูกและอร่อยกว่า
ทว่ามันเป็นความดีใจของแม่บ้านไมโครเวฟอย่างหนึ่งนะว่า
ได้กินอาหารจากผักที่เฝ้าฟูมฟักปลูกเอง
( แบบขาดๆเกินๆ รดน้ำจนล้นบ้าง ลืมรดน้ำบ้าง สภาพร่อแร่ )

ไม่ได้เผ็ดพริก 
เพราะใส่ไปแค่สองสามเม็ด

แต่น้ำตาจะไหล
(เว่อร์เนอะ)




















12.10.57

Rookierun #3






















ลงระยะ 10K ครั้งแรก
ใจกล้าๆกลัวๆเหมือนกัน
เกรงว่าจะวิ่งไม่ไหว
แม้ว่าจะเคยซ้อมใหญ่มาครั้งหนึ่งแล้ว

กลับบ้านไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
บอกพ่อว่าจะไปวิ่งสิบกิโล
พ่อบอกว่า เมื่อตอนเด็ก จะให้ฉันเป็นนักกีฬาวิ่งฉันก็ไม่ยอมวิ่ง
แล้วมาวิ่งอะไรเอาเมื่อตอนโตนี้
ฉันบอกว่า ฉันเป็นคนวิ่งช้า
จะให้ไปวิ่งแข่ง แปดสิบเมตร ร้อยเมตร วิ่งเร็วๆ ใช้เวลาสั้นๆ
ฉันสู้เขาใครเขาไม่ได้หรอก
พ่อเห็นด้วยที่ฉันวิ่งระยะใกล้ไม่ค่อยไหว
แต่ถ้าเป็นวิ่งระยะไกล พ่อว่าฉันวิ่งได้

คงเหมือนอย่างที่พ่อบอก
หลายเรื่องในชีวิต
ถ้าจะให้ฉันแข่งอะไรกับใครในระยะเวลาสั้นๆ
ฉันยอมรับว่าแพ้ราบคาบ ไม่ถนัดเลย
แต่ถ้าแข่งอะไรที่เป็นระยะยาว ใช้เวลานาน
ฉันว่าฉันพอสู้ไหวนะ


ดีใจที่เป้าหมายวันนี้สำเร็จ
ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเองมาอีกอย่างแล้ว


9.10.57

กลับไม่ได้ ไปให้ถึง



ตอนจะไป
เราอาจคิดว่าช่างโชคดี
มีที่ใหม่ให้ไป
โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า
เราไม่มีที่ให้กลับ


บางที่ที่เราได้เดินจากไปแล้ว
เราไม่สามารถกลับมายืนที่เก่าได้อีก
หากไปแล้ว
ต้องเดินหน้าต่อไปตลอดกาล


ไม่มีอะไรจะบอก
นอกจากอวยพรว่า
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ



1.10.57

3


เคยคิดว่าการเข้าสู่สามย่านเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมาก
ดูเหมือนเป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบ
ทั้งด้านการงาน ครอบครัว การสร้างฐานะ
เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมีเวลาได้พบปะ
แถมยังได้รับคำขู่จากสาวๆรุ่นพี่หลายคนว่า
ระบบการทำงานของร่างกายจะไม่ว่องไวดังเมื่อก่อน
ทำให้รู้สึกหลอนไปว่า
ชีวิตมันไม่น่าสนุกเหมือนช่วง 20 something

พอเอาเข้าจริง
หลังจากได้ใช้ชีวิตเลขสามไปหนึ่งปีแล้ว
ฉันพบว่า ฉันชอบช่วงชีวิตนี้มาก
มันเหมือนเป็นช่วงกึ่งกลางชีวิต
ที่ผ่านวัยว้าวุ่นเวิ่นเว้อเพ้อฝันมาได้ระยะหนึ่ง
แต่ยังไม่ถึงขั้นเก่งกล้าวิชาอาบน้ำร้อน
สนุกก็สนุก
สงบก็สงบ
ร้ายก็สามารถร้ายได้แบบมีมารยาท
ดีก็ดีแบบไม่ต้องเว่อร์จนตัวเองเดือดร้อน
สามารถเรียกแทนตัวเองว่าพี่ได้เต็มปากเต็มคำในกลุ่มเด็กหน้าใส
สามารถปรายตาใส่คนบางกลุ่มได้โดยไม่สนใจว่าเขาจะคิดยังไง
เป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษาและรับฟังคำปรึกษา
ฉลาดที่จะเลือกมากขึ้น
ยอมรับตัวเองมากขึ้น

เคยได้ยินคำพูดที่ว่า
ตอนเด็กมีเวลา มีเเรง แต่ไม่มีเงิน
โตมามีเงิน มีแรง แตไม่มีเวลา
ยามชรามีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง
สำหรับฉันแล้ว
ช่วง 30 นี่แหละ มันเป็นช่วงที่มีทั้งเวลา มีเงิน และมีแรง
เป็นช่วงที่ใช้ชีวิตได้เต็มที่

ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ข้ามมาสู่ช่วงอายุนี้
และยินดีต้อนรับน้องๆที่อีกไม่นานจะได้ย้ายมาอยู่ย่านเดียวกัน

เฮ้ย ไม่ต้องกลัว
มันเจ๋งกว่าที่คิด  เชื่อเหอะ

23.9.57

ขี้อิจฉา



















{ อิจฉา : ความอยาก ความต้องการ ความปรารถนา }
{ ริษยา : อาการที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี เห็นเขาได้ดีแล้วทนนิ่งอยู่ไม่ได้ }


สารภาพว่าฉันเป็นคนขี้อิจฉานะ
เวลาเห็นคนอื่นเป็นนูน เป็นนี่ ทำนู่น ทำนี่ มีนู่น มีนี่
ก็อยากจะได้ อยากจะมี อยากจะเป็น เช่นคนอื่นเขาบ้าง

ยิ่งทุกวันนี้ได้เห็นชีวิตคนอื่นผ่านโซเชียลมีเดียบ่อยขึ้น
คนนั้นได้กินอาหารเช้าสุดหรู
คนนี้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในจุดที่สวยที่สุดในโลก
คนโน้นกำลังช็อปปิ้งที่ฝรั่งเศส
คนนั้นนอนเปลชิลล์ที่ริมแม่น้ำซอง
คนนี้ปาร์ตี้กับเพื่อน
คนโน้นฉลองวันเกิดกับครอบครัว
คนนั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ฯลฯ
ความอิจฉาของฉันยิ่งก่อกำเนิดขึ้นมาง่ายตามไปด้วย

จริงๆความอิจฉามีประโยชน์
เพราะมันเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เราลงมือทำอะไรสักอย่างบ้าง
(แต่ต้องเป็นความอิจฉาแบบพอดีๆนะ)
ถ้าเราอยากได้ อยากมี อยากเป็นเหมือนคนอื่นเขา
ก็ควรลุกขึ้นมาจัดการชีวิต
หากมัวนั่งจับเจ่า นอนฝัน คิดวนเวียนอิจฉา
คงไม่มีสิ่งดีงามอันใดงอกเงย
มีแต่ทำให้ความอิจฉาปกคลุมหัวใจจนกลายเป็นทุกข์

'รงษ์ วงษ์สวรรค์ยังบอกไว้เลยว่า ความอิจฉาคือหัวใจของศิลปิน
ฉันแอบเห็นด้วยเล็กๆ
เวลาที่เห็นผลงาน อ่านงานเขียนของใครก็ตาม
แล้วฉันรู้สึกชอบ
อิจฉามันเกิด
อยากจะทำ อยากจะเขียนให้ได้แบบนั้นบ้าง
เวลาที่ไอเดียตีบตัน นึกอะไรไม่ออก
ฉันเลยชอบไปดูความสำเร็จของคนอื่น ไว้ให้เป็นที่อิจฉา
เรียกแรงฮึดและแรงบันดาลใจเล่นๆ


โชคยังดีที่ฉันว่าฉันเป็นคนไม่ค่อยริษยา
ต่อให้คนอื่นโชคดีมีสุขยังไง
ฉันก็ไม่คิดที่จะทำอะไรที่ส่งผลให้เขามีสุขน้อยลง
ไม่เคยอยากจะลาย ทำร้ายให้คนอื่นเดือดร้อน
ใช่ว่าจะเป็นคนดีอะไรหรอกนะ
เพียงแต่ขี้เกียจเกินกว่าจะคิดหาเรื่องวุ่นวาย

ความอิจฉาของฉันจึงเป็นแค่อิจฉา
อิจฉาที่ฉันพยายามเพาะบ่มให้เป็นมุทิตา
อิจฉาที่เป็นเหมือนหมอกตอนเช้า
พอสายก็จางหายไป
ไม่ใช่อิจฉาริษยา
ที่เป็นเหมือนเหมือนควันไฟ
เผาไหม้มืดมัวไป
จนควันทำเราน้ำตาไหลเอง


13.9.57

15 หนังในดวงใจ


ว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว ก็ไม่ได้เขียนสักที 
อยากเก็บไว้เป็นบันทึกของตัวเอง
ว่าตอนนี้ฉันชอบหนังแบบไหนอยู่นะ

ผ่านไปอีกปี สองปี ห้าปี สิบปี 
15 รายชื่อหนังอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ 

1. ปุกปุย 
    หนังฟีลกู้ดเมื่อสมัยยี่สิบกว่าปีที่แล้ว หลายคนอาจจะเกิดไม่ทัน
    เป็นหนังไทยเรื่องเเรกที่ฉันได้ดูในโรงหนังด้วย เลยประทับใจ
    หนังมีทั้งมุมน่ารักเหมือนแฟนฉัน และดราม่าชีวิตครอบครัว  

2. เพื่อนสนิท
    เคมีตรงกับหนังเรื่องนี้
    ชอบนักแสดง ชอบตัวละคร บท ภาพ อะไรทุกอย่าง
    ไม่ได้ชอบเพราะชีวิตจริงแอบรักเพื่อนสนิทอย่างในหนัง
    ดูไปหลายรอบมากๆ และกลายเป็นแฟนคลับซันนี่กับโอปอล์ตั้งแต่บัดนั้น

 3. คุณยายผมดีที่สุดในโลก 
    แพ้ทางอะไรพวกนี้อยู่แล้ว  ดูไปก็น้ำตาแตก 
    คิดถึงคนที่บ้าน 
    การแสดงความรักบางแบบ คนที่ได้รับก็ไม่เข้าใจว่านั่นคือความรัก
    จนเมื่อวันที่เติบโตขึ้นนั่นแหละ 

4. The Shawshank Redemtion
    ดูครั้งแรกตอนเด็กๆ น้าบอกว่าเป็นหนังดี
    ประทับใจตั้งแต่ตอนนั้น
    โตมาก็ไม่ค่อยได้ดูอีก เพราะหาดูยาก
    จนเมื่อมาปีสองปีนี้เเหละ ที่มีโอกาสได้ดูใหม่
    ยกสิบนิ้วให้เลยจริงๆ

5. The Sixth Sense
     กลัวผีแต่ก็ดูหนังผีบ้างบางคราว
     เรื่องนี้เป็นหนังผีที่ดูแล้วเงิบมาก
     คลาสสิค หาดูยากเหมือนกัน

6. The Lord of The Rings Triology
    อ่านหนังสือจบปุ๊บก็ประกาศตัวเป็นสาวกเรื่องนี้ ตั้งแต่หนังยังไม่ฉาย
    หนังทำออกมาได้ดีมาก เลยชอบทั้งหนัง ทั้งหนังสือ

7. The Classic
    ฟินกับฉากพระเอกนางเอกวิ่งตากฝนมากๆ

8. The Silence of the Lambs
     ดูตั้งแต่ตอนเด็กเหมือนกัน ดูแล้วขนลุก
     กลัวๆหลอนๆจนฝังใจ

9. (500) Days of Summer
     หนังรักที่ว่าด้วยการไม่รัก
     รู้สึกว่าตัวเองเหมือนพระเอกเลย

10. Slumdog Millionaire
      สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ ดูแล้วคิดถึงประโยคนี้เลย
      เรื่องราวและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
      มันเป็นประโยชน์ต่อเราในวันใดวันหนึ่ง

11. Up in The Air
      โดนใจในหลายประเด็นของหนัง
      ดูแล้วดูอีก ไม่เบื่อเลย

12. Life of Pi
      ซื้อหนังสือมานานมากเป็นสิบปี แต่อ่านไม่จบ
      พอได้ดูหนังแล้วก็ไปรื้อมาอ่านต่อ
      ชอบทั้งหนังและหนังสือ  หนังทำออกมาดีเลยล่ะ

13. Jurassic Park  
      อลังการ สร้างได้ดีมากเลยในสมัยนั้น 
      คิดไปว่าไดโนเสาร์จะกลับมาจริง

14. Kung Fu Panda
      ตลกแบบแอบซึ้ง
      เนื้อเรื่องและตัวละครออกแนวตะวันออกดี

15. Toy Story
      น้องชอบดูเรื่องนี้ ตอนเด็กๆเลี้ยงน้องเลยต้องดูไปด้วยหลายรอบ
      ดูแล้วซึ้งนะ รักของเล่นขึ้นมาเลย


21.8.57

แล้วเราก็ได้พบกันใหม่

























เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา
ไปเที่ยวพระราชวังสนามจันทร์กับเพื่อนกลุ่ม ม.ปลาย
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณครูพามาเที่ยวตอน ป. 6
ก็ไม่เคยแวะเข้าไปข้างในพระราชวังอีกเลย
ผ่านนครปฐมทีไรได้แต่โฉบไปโฉบมาแถวสถานที่รอบข้าง
เมื่อเห็นมุมนี้แล้ว ชวนให้นึกถึงภาพถ่ายของฉันเองเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน
ผมสั้นแค่ติ่งหู  แขนขายาวเก้งก้าง เด๋อด๋ามาไกลจากแดนตะวันออก
นั่งกอดเข่ายิ้มอยู่หน้าอนุสาวรีย์ย่าเหล

ระหว่างทางที่นั่งรถกลับ
เพื่อนคนหนึ่งของฉันพูดขึ้นมาว่า
เคยมาเที่ยวนครปฐมตอน ป.6  เพราะต้องมาแข่งทักษะภาษาไทยที่วัดไร่ขิง
ฉันได้ยินแล้วก็ตกใจร้อง  เฮ้ย !
เพราะฉันเองเคยมานครปฐมตอน ป. 6  ด้วยเหตุผลนี้เหมือนกัน

สรุปคือว่า
ฉันกับเพื่อนเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งตอน ป. 6
แยกย้ายจากไปโดยไม่มีความทรงจำใดๆ
แล้วกลับมาพบกันอีกครั้ง
ตอนเป็นเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนร่วมกลุ่มในชั้น ม. 4  ที่กรุงเทพฯ

พูดแล้วนึกถึงเพื่อนที่รู้จักตอน ม. 5 อีกคนหนึ่ง
เราเคยเป็นเพื่อนทางจดหมายกันตอน ป. 5
เขียนทักทาย เล่าเรื่อง ส่งรูปกันไปมา
จนในที่สุด เราได้มาเป็นเพื่อนร่วมห้อง รู้จักกันแบบตัวเป็นๆ
และยิ่งไปกว่านั้น
เพื่อนในกลุ่มของฉันตอน ม. ต้น เป็นเพื่อนร่วมห้องของเพื่อนคนนี้ตอนประถมด้วย
( six degrees of separation  ชัดๆ  )


โลกมันตลกดีนะ
คนที่กำหนดมาแล้วว่าจะได้รู้จักกัน
ยังไงมันต้องได้รู้จักกัน
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
แต่คนที่ไม่ได้กำหนดมาให้รู้จักกัน
ต่อให้เรามี mutual friend ร่วมกันเป็นร้อย
เราก็ยังไม่รู้จักกัน
ไม่มีทางรู้จักกัน



12.8.57

Rookierun #2





















เหรียญที่สองของปี
ตรงกับวันแม่พอดี ขอแม่มาวิ่ง
เลยไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันแม่
แต่รีบโทรไปสุขสันต์วันแม่แต่เช้า

วิ่งระยะไกลกว่าครั้งแรกนิดหน่อยด้วยเวลาที่ดีกว่าเดิม
นัดเพื่อนไว้ว่าจะไปเที่ยวกันหลังวิ่ง
ขืนมัววิ่งช้าก็อดเที่ยวน่ะสิ

งานนี้น่ารักตรงที่แจกต้นมะลิเป็นของที่ระลึกด้วย
เข้ากับคอนเซ็ปต์

จะพยายามปลูกให้งอกกงามพร้อมกับวิ่งให้ไกลขึ้นนะ



11.8.57

อ.ยงยุทธ



































นับตั้งแต่ได้ร่ำเรียนมาตลอดชีวิต 
มีอาจารย์ไม่กี่ท่านที่ทำให้เรารู้สึกอยากเดินเข้าห้องเรียนอย่างสมัครใจ
อยากลงเรียนวิชาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกอย่างไม่รู้เบื่อ
ทั้งที่เข้าไปแล้วจะต้องถูกเรียกให้ตอบคำถาม
ถูกสอนให้ตั้งโจทย์ ให้สังเกตให้คิด ให้มอ
ให้แสดงความคิดของตัวเองให้คนอื่นฟัง
แล้วก็ยิ้มขันกับตัวเองว่า เราช่างไม่รู้อะไรบนโลกใบนี้เลย

อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ เป็นหนึ่งอาจารย์ในผู้นั้น

การได้เป็นศิษย์ของอาจารย์ถือเป็นโอกาสอันดีงามของชีวิต
ความคิดหลายอย่างของเราเปลี่ยนไปเพราะคำสอน
สิ่งที่อาจารย์มอบให้ไม่ใช่แค่วิชาการในตำรา
มันกว้างไกลไปถึงการคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยงกันของทุกสรรพสิ่ง
คุยกันเพียงเรื่องใบไม้ใบเดียว
เรื่องราวสามารถไปต่อได้ไกลถึงกาเเล็กซีอันโดรเมดาได้

หลายครั้งที่เราเรียนผ่านการเดินทางท่องเที่ยว
ทุกสิ่งที่พบเห็นสายตา สามารถหยิบจับมาเป็นบทเรียนหนึ่งบท
หนังสือเรียนของเราจึงเป็นหนังสือเล่มใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด
ด้วยความสนุก เราจึงไม่ค่อยรู้ว่าเรากำลังเรียนอยู่
และได้ซึมซับแนวคิดบางอย่างจากอาจารย์มา
จนวันหนึ่ง ที่เรากลายเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวมากมายให้ผู้อื่น
ตลอดจนได้แสดงความคิดเห็นต่อหลายสิ่งหลายอย่าง
เราจึงหวนคิดได้ว่า
เราได้ความรู้และเเนวคิดแบบนี้มาจากใคร

แม้ในวันนี้ ประตูห้องเรียนห้องอันคุ้นเคยได้ปิดลง
อาจารย์ได้เดินทางไปยังที่ที่สงบและเป็นสุขตลอดกาลแล้ว
แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความคิดที่อาจารย์ได้เพาะบ่มไว้ในตัวลูกศิษย์ทุกคน
จะเติบโตอย่างแกร่งกล้า
และเดินทางแผ่กิ่งก้านสาขาสืบต่อไป

ขอบพระคุณอาจารย์
และขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่นำพาให้ก้าวเข้าสู่ห้องเรียนห้องนั้น

ด้วยรักและเคารพ




7.8.57

โรแมนติก




















เมื่อคนโรแมนติกอยู่กับคนไม่โรแมนติก

1. เพิ่มระดับความโรแมนติกเป็นสองเท่า

2. เลิกโรแมนติก


1.8.57

ความสุก























ฉันเชื่อในหลัก you are what you eat
เมื่อเราดูแลร่างกายด้วยอาหารที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารราคาแพง 
ร่างกายจะให้พละกำลัง ความกระฉับกระเฉง ผิวพรรณสดใสกลับคืนมา 
การออกกำลังกายทำให้ฉันหันมาทำอาหารและดูแลสุภาพมากขึ้น 
เลือกมากขึ้นว่าจะรับอะไรเข้าไปในร่างกาย
( เพราะมันเอาส่วนที่เกินความต้องการของร่างกายออกยาก ) 
จากที่ไม่เห็นการทำอาหารกินเองอยู่ในสายตา 
กลับกลายเป็นว่า พยามทำข้าวกล่องไปกินที่ทำงานทุกวัน 

เนื่องจากฝีมือการประกอบอาหารฉันไม่เก่งกาจ  
อาศัยว่าเคยเป็นลูกมือช่วยล้างช่วยหั่นในครัวมาบ้าง
มีโอกาสเห็นแม่ครัวประกอบอาหารผ่านตา จึงพอจำมาทำตามได้  
อาหารที่ทำเลยวนเวียนอยู่แค่ประเภทหน้าตาจืดๆธรรมดา
ต้ม ผัด แกง ทอด  อย่างไข่เจียว ไข่ต้ม ผัดผัก ต้มจืด  
ประกอบกับพื้นที่ครัวและอุปกรณ์มีไม่เยอะ 
เลยไม่แอดวานซ์ทำเมนูยากๆ
ดีที่ฉันเองเป็นคนที่กินอาหารขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว 
จึงไม่ค่อยเป็นปัญหากับความสามารถด้านนี้ของตัวเองเท่าไหร่  

ฉันเริ่มเดินซื้ออาหารสดบ่อยครั้งขึ้น 
แวะซื้อผักปลาอาหารสด จากเดิมที่แต่ซื้ออาหารสำเร็จรูป 
มีเวลาว่างก็มองหาเมนูอาหาร เปิดดูคลิปทำอาหาร 
คิดว่าจะทำอะไรในสุดสัปดาห์ 
เดินดูอุปกรณ์ทำครัว
มันเหมือนได้เปิดโลกใหม่ให้เข้าไปเดินเล่นอีกใบ   

แม้ต้นทุนในการทำจะสูงกว่า 
อีกทั้งต้องมาเหนื่อยกับการเก็บ การทำความสะอาด 
และรสชาติไม่อร่อยเท่าร้านอาหาร   
แต่มั่นใจได้ว่าได้อาหารที่เราทำสะอาด ปลอดภัย
และได้กินอย่างที่เราต้องการแน่นอน  
เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร ใส่อะไรมากน้อยแค่ไหน 
อยากกินผัดกะเพรา ก็สามารถใส่ใบกะเพราะได้เต็มที่
ไม่ต้องใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพด เห็ดแบบที่ร้านทำ 
ไม่ต้องห่วงว่าน้ำมันที่ใช้จะซำ้แล้วซ้ำเล่า 
หรือกับข้าวจะอุดมไปด้วยไขมันเยิ้ม 
ชอบแบบไหนเราสามารถเลือกได้ 
ฉันเองพยายามจะใช้นำ้มันในการประกอบอาหารให้น้อยที่สุด 
( แต่ยังกินมันฝรั่งทอดไม่เลิก ) 
สนุกดีเวลาที่คิดหาวิธีที่จะทำอาหารให้ออกมาหน้าตาเหมือนแบบที่ชาวโลกทั่วไปกิน 
แต่ใช้วิธีของเราเอง   
เช่น ไข่เจียวประคมเครื่องไร้น้ำมัน  
ไก่ย่างเทริยากิกระเทียมพริกไทย
แพนเค้กไม่ชุ่มเนย หรือผัดผักต้มเค็ม

การทำอาหารทำให้มองเห็นคุณค่าของส่วนประกอบในอาหารมากขึ้น
เพราะเราใกล้ชิดตั้งแต่ขั้นตอนการเลือก 
เห็นวัตถุดิบตั้งแต่อยู่ในรูปสดๆ 
ค่อยเปลี่ยนสภาพไปจนถึงสุก
ยิ่งถ้าเป็นพืชผลที่เราดูแลเองมาแต่ต้น 
ยิ่งเพิ่มความผูกพันต่ออาหารจานนั้นมากขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 
ฉันลองปลูกถั่วงอกกินเอง หลังจากที่ไม่ได้ปลูกมานานนับสิบปี
ง่าย  สะดวกกับคนที่ไม่มีพื้นที่เยอะ
แถมมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องได้ผลผลิตอย่างแน่นอน  
ถั่วงอกที่ฉันปลูกไม่ค่อยได้มาตรฐานเท่าไหร่ 
เพราะปลูกเยอะไปและโดนแสงแดด ทำให้ต้นเริ่มเขียว 
แต่พอนำไปผัดกับเต้าหู้และต้นหอมแล้วก็อร่อยดี 
นับเป็นกำลังใจในการเริ่มปลูกผักกินเอง 

อยากให้ทุกคนลองทำอาหารกันเองดูบ้าง
แล้วจะรู้ว่า
ความสุกของอาหาร
คือความสุขของเรา 

30.7.57

ต้องใช้สักกี่น้ำตาให้เธอเห็นใจ



โตแล้ว
มุกน้ำตาใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป


ต่อให้ใช้นำ้ตาเท่ามหาสมุทร
ก็ไม่อาจเรียกความเห็นใจจากใคร


ถ้าเขาไม่รัก




24.7.57

กะเพรา



























ชอบกินผัดกะเพรา
เลยคิดว่าจะปลูกกะเพราไว้กินเอง
วันไหนอยากผัด
แค่เดินไปเลือกเด็ดใบสดสดจากต้น

ลงทุนไปซื้อกระถาง ซื้อดิน ซื้อเมล็ด
มาปลูกกะเพราไว้ในกระถางริมระเบียง
เฝ้าดูตั้งแต่งอกออกมาจากเมล็ด
จนเวลาผ่านไปเป็นเดือนได้แล้ว
แต่กะเพราะดูเหมือนจะไม่โตขึ้นเป็นต้นใหญ่สักที
ลุ้นทุกวันว่าจะอยู่รอดไหม
ไปซื้อจากตลาดยังง่ายกว่า


อะไรที่ต้องลงมือลงแรงทำเองมันยากเสมอ
แต่ยังคงเชื่อนะว่ามันคุ้มค่า

เหมือนกับถ้าเราอยากผอม
แต่ไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากออกแรงออกกำลังกาย
เราอาจใช้เงินไปทำศัลยกรรม ไปเข้าคอร์สลดน้ำหนักได้
แต่เราใช้เงินซื้อกล้ามเนื้อ ซื้อหัวใจที่แข็งแรง
ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการออกกำลังกายไม่ได้หรอก



13.7.57

ทางของฉัน ฝันของเธอ







ผลงานของผู้กำกับเรื่อง once ซึ่งเป็นหนังดนตรีอันโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน
โดยส่วนตัวเเล้ว ฉันไม่ได้สมัครเป็นแฟนคลับของคุณผู้กำกับ
เลยไม่ได้ตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่แรก
ทว่าได้ยินคนรอบตัวพูดถึงกันเยอะมาก เลยลองไปดูบ้าง

เนื้อเรื่องฟีลกู้ด แต่ไม่ได้ทรงพลัง
สิ่งที่โดดเด่นของหนังเรื่องนี้ คือเพลง 
ที่ทำเอาเพ้อ กลับมาเปิดหาเพลงประกอบวนไปวนมาอยู่หลายต่อหลายรอบ


น้ำตาไหลให้กับฉากที่เดฟแสดงคอนเสิร์ต 
ร้องเพลง lost star 
โดยมีเกรตต้ายืนอยู่ข้างเวที

พอดีเพิ่งอ่านหนังสือจบไปเรื่องนึง
เป็นเรื่องรักประมาณนี้ 
พระเอกกับนางเอกรักกัน แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ 
เพราะมีจุดหมายในชีวิตต่างกัน

เหมือนเกรตต้าและเดฟ
แม้ทั้งคู่จะผูกพัน ใช้ชีวิตในฐานะคนรักและหุ้นส่วนด้านดนตรีกันมานาน
เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ที่แนวคิดด้านดนตรีและชีวิตไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันอีกต่อไป
ทั้งสองก็ต้องแยกกันเพื่อเดินตามทางของตัวเอง

ความรัก ความฝัน 
มันไม่ได้จบลงอย่างสวยงามเสมอไป
เมื่อมันมีความจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง

ฉันมีทางของฉัน
ในขณะที่เธอมีฝันของเธอ 


" But are we all lost stars, trying to light up the dark 
พวกเราเป็นดาวหลงทาง  ที่อยากส่องสว่างในความมืดมิด "

ใครก็อยากเป็นดาว 
ที่ส่องสว่างในความมืดมิด
เฝ้าพยายามตามหาความหมายของชีวิตตัวเอง



5.7.57

Rookie Run #1





















เป็นเหรียญรางวัลจากการเข้าร่วมรายการวิ่งระยะไกลเหรียญที่สองในชีวิต
หลังจากที่เคยวิ่งครั้งแรกตอนแปดขวบ

ไปซ้อมวิ่งในสวนเสาร์อาทิตย์อยู่สองสามครั้ง
หลังจากที่วิ่งบนลู่มาตลอด
รู้สึกว่ามันแตกต่างกันมาก
การวิ่งในสถานที่จริงยากกว่า
ต้องออกแรงเยอะกว่า
อีกทั้งมีปัจจัยภายนอก ทั้งพื้นถนน คน แดด อากาศที่เปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ
แต่มันสนุกกว่ากันเยอะ

ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวไหม จะทนวิ่งไหวหรือเปล่า
เอาเข้าจริงก็พบว่าไม่ได้ลำบากอย่างที่กลัว

การวิ่งท่ามกลางคนที่มุ่งมั่นเหมือนๆกัน
มันส่งพลังช่วยให้วิ่งไกลขึ้น


เอาชนะใจตัวเองไปได้ครั้งหนึ่งแล้ว
ต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน


ถึงจะไปช้า
แต่ว่าจะไม่ยอมหยุด



5 km 52.18 min


3.7.57

เจ้าหญิงนำ้เเข็ง






* สามสิบสององศาฟาเรนไฮต์
น้ำแข็งจะกลายเป็นน้ำ
ทฤษฎีพูดกันมาฉันจะลองทำตาม
กับหัวใจเธอที่เเข็งเกินใคร  เยือกเย็นกว่าทุกทุกอย่าง
ฉันจะลองหลอมละลาย เผื่อว่าจะพอมีทาง
เติมความร้อน ให้ความรักอบอุ่นเทลงไป
จะคลายความเยือกเย็นด้วยหัวใจ

แต่น้ำแข็งไม่ยอมละลาย มันไม่กลายเป็นความรัก
ฉันอบอุ่นไม่พอ เธอยังขอเป็นแค่คนรู้จัก
แต่หัวใจไม่มีแรง เจ้าหญิงนำ้แข็ง เธอช่างเย็นชา(ยิ่ง)นัก
ฉันควรทำยังไง
(ฉันควรทำยังไง จะต้องทำแบบไหน
ฉันควรทำยังไง หัวใจเธอถึงจะละลาย)

เฝ้าดูแล คอยเทค คอยแคร์ รับฟังคำปรึกษา
เฝ้าคอยล้านชั่วโมง หัวใจอ่อนโยน ไม่หวังอะไรคืนมา
แค่อยากรู้ ปราสาทสีขาวที่เธออยู่สูงแค่ไหน
จะทำลายกำแพงบุกเข้าไป

แต่น้ำแข็งไม่ยอมละลาย มันไม่กลายเป็นความรัก
ฉันอบอุ่นไม่พอ เธอยังขอเป็นแค่คนรู้จัก
แต่หัวใจไม่มีแรง เจ้าหญิงนำ้แข็ง เธอช่างเย็นชา(ยิ่ง)นัก
ฉันควรทำยังไง

จะหนีเธอไปไกลๆ แต่หนีเธอไปทีไรต้องย้อนมา
เมื่อสายตาเธอแช่แข็งวันเวลา
มันช่างไร้อารมณ์เป็นบ้า
เย็นชาจนฉันลืมไม่ได้

เจ้าหญิงนำ้เเข็งแค่เพียงเธอเดินมา สบตาทีเดียวแล้วจากไป
ฉันเหมือนหลงทางในหิมาลัยเหน็บหนาวสั่นไหวไปข้ามวัน
ทุกๆย่างก้าวที่เธอเหยียบลงไปนั้น
เธอทำให้ปูนซีเมนต์กลายเป็นหิมะเจ็ดชั้น
ทำให้เมืองไทยกลายเป็นแอนตาร์กติก
เธอทำให้พลาสติกกลายเป็นผลึกคริสตัล

มีคนมากมาย รอเธอรอบกาย
ฝันจะเป็นเจ้าชาย ได้เป็นแค่องครักษ์
ส่วนฉันนั้นไม่เเคร์ แค่อยากจะดูแลองครักษ์เธอทุกวัน
ได้โปรดเถอะฝ่าบาท ได้โปรดเปิดปราสาท
ข้างนอกประตูมันหนาวจะตายอยู่แล้ว
ได้โปรดเถอะเปิดข้างในใจ
ทำลายกำแพงให้ฉันเข้าไป ได้ไหม

แต่น้ำแข็งไม่ยอมละลาย มันไม่กลายเป็นความรัก
ฉันอบอุ่นไม่พอ เธอยังขอเป็นแค่คนรู้จัก
แต่หัวใจไม่มีแรง เจ้าหญิงนำ้แข็ง เธอช่างเย็นชายิ่งนัก
ฉันควรทำยังไง  ฉันควรทำยังไง จะต้องทำแบบไหน
ฉันควรทำยังไง หัวใจเธอถึงจะละลาย *



วันนี้เปิดไปเจอเพลงในอัลบั้มใหม่ของพี่แสตมป์
เห็นชื่อเพลงแล้วหัวใจเต้น
เพราะชื่อ เจ้าหญิงน้ำแข็ง
เป็นชื่อที่ฉันเคยใช้แทนตัวเองมาก่อนหน้านี้
ในที่ที่มีความทรงจำดีๆอยู่ที่นั่น

ฟังแล้วคิดถึง


ที่ฉันเลือกชื่อ เจ้าหญิงน้ำแข็ง มาใช้
เพราะช่วงนั้นติดซีรีส์เกาหลีเรื่อง Snow Queen
ในเรื่องกล่าวถึงนิทานชื่อ ราชินีหิมะ
ประกอบกับพระเอก นางเอกในซีรีส์เป็นคนที่เก็บตัวและโดดเดี่ยว
ฉันว่ามันเหมือนกับตัวฉันเองตอนนั้น
เลยอยากยืมชื่อ ราชินีหิมะ มาเป็นชื่อแทนตัว
ทว่าดูแล้วราชินีหิมะออกจะใจร้ายเยือกเย็นไปหน่อย
ฉันจึงลดระดับความเย็นลงมา
เติมความซอฟท์เข้าไปอีกนิด
ให้กลายเป็น
เจ้าหญิงน้ำแข็ง
เย็นเหมือนกัน เหน็บหนาวน้อยกว่า


ตอนนี้ไม่ค่อยกล้าใช้ชื่อนั้นอีกแล้ว
โตขึ้น
 มันเขินชอบกล เวลามีใครเรียกสั้นๆว่า เจ้าหญิง
คนที่ไม่รู้จักจะพากันจินตนาการว่า
ฉันเป็นผู้หญิงน่ารัก หวานๆ เย็นๆ เรียบร้อย
มาเจอตัวจริงเข้าจะพากันผิดหวัง
ฉันนี่มันเจ้าชายชัดๆ


27.6.57

บ้านเพื่อน


การไปเที่ยวต่างประเทศเหมือนกับการไปเที่ยวบ้านเพื่อน

บ้านเพื่อนที่ฐานะดี 
เห็นแล้วน่าอิจฉา
หลังโตโอ่อ่า เฟอร์นิเจอร์หรู 
ของเล่นตื่นตา มีสนามหญ้าไว้วิ่งเล่นหน้าบ้าน
แม่ใจดี จัดขนมมารับเต็มที่
พี่สาวสวย เรียนเก่ง
พ่อขับรถคันใหญ่ คอยไปรับส่ง

ส่วนบ้านเพื่อนที่หรูน้อยกว่า
ไม่ใช่บ้านในฝัน หรือครบครันเหมือนบ้านเรา
แต่มักจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้บ้านนั้นมีเสน่ห์
อาจมีพ่อคุยสนุก 
พี่ชายตลก 
แม่ทำกับข้าวอร่อย 

แต่ไม่ว่าจะบ้านไหน 
พออยู่ไปสักพัก 
เราจะเริ่มเรียนรู้ว่ามีธรรมเนียมบางอย่างต่างจากที่บ้านเรา
บางครั้งก็อึดอัด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ 
นั่งเอาขาพาดเก้าอี้ไม่ถนัด 
จะกดดูทีวีช่องที่เราชอบอย่างเดียวก็ไม่ได้
ต้องเกรงใจเจ้าของบ้าน

สุดท้ายแล้วเราต้องกลับมาอยู่บ้านของเรา
บ้านที่อาจจะเก่า พื้นผุ ประตูห้องพัง หลังคารั่ว 
พ่อวางของเกะกะ 
แม่ชอบนำพสัมภารกเข้าบ้าน
น้องเปิดทีวีเสียงดัง 
ขณะเดียวกันก็เป็นที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจ
และนอนหลับสนิทที่สุด



21.6.57

สองเหนื่อย


" อาตมาชอบเล่าเรื่องหนึ่งอยู่บ่อยๆ 
เป็นเรื่องจากรายการโทรทัศน์ 
เกี่ยวกับเด็ก 3 คนที่กำลังขนของขึ้นรถไฟ 

รถไฟนั้นมีเวลาออกที่แน่นอน 
เด็กๆ ก็รีบขนของ แต่วันนั้นเป็นวันที่สมจิตร จงจอหอขึ้นชก 
เด็กสองคนเป็นผู้ชายอายุราวสิบเอ็ดสิบสองทิ้งงานไปดูสมจิตรชกทางโทรทัศน์ 
เด็กอีกคนเป็นผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันไม่ได้ไปดูด้วย ก็ขนของขึ้นรถไฟต่อไป 

พิธีกรถามเด็กผู้หญิงว่า คิดยังไงที่เพื่อนเขาทิ้งงานไปดูโทรทัศน์ 
เด็กผู้หญิงบอกว่า ก็เห็นใจเขา เพราะเขาเป็นแฟนมวยของสมจิตร
หนูไม่ใช่แฟนสมจิตร หนูก็ทำงานของหนูไป 

พิธีกรถามแหย่อีกว่า 
แล้วหนูไม่โกรธไม่ด่าว่าเขาเหรอที่เขาทิ้งงานให้หนูทำคนเดียว 

เด็กตอบว่า 
หนูขนของขึ้นรถไฟ หนูก็เหนื่อยอย่างเดียว 
ถ้าหนูโกรธหรือด่าว่าเขาด้วย หนูก็เหนื่อยสองอย่าง 

เด็กคนนี้เลือกที่จะเหนื่อยอย่างเดียวคือเหนื่อยกาย 
เพราะถ้าไปโกรธ ไปด่าว่าเพื่อนก็จะเหนื่อยใจด้วย "

- พระไพศาล วิสาโล -



บ่อยครั้งที่ฉันพยายามจะไม่เอ่ยปากบ่นเรื่องที่ไม่พึงใจ
การบ่นไม่ได้ช่วยอะไร 
ขณะบ่นอาจคิดว่าการได้ปลดปล่อยความคับข้องใจออกมา
จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
แต่พอบ่นจบ 
กลับไม่เป็นอย่างนั้น

สุดท้ายแล้ว พลังลบก็กลับมาทำร้ายตัวเราเอง
จากเดิมที่เหนื่อยกับเรื่องเดียว 
ก็ต้องมาเหนื่อยกับการจัดการความโกรธที่มาพร้อมกับการบ่น
เหนื่อยกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปเพราะอารมณ์
เหนื่อยกับการทำร้ายตัวเอง ด้วยการคิดวนเวียนเรื่องเดิมอีกครั้ง

ยิ่งบ่น ก็ยิ่งเหนื่อย

และไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย