" อาตมาชอบเล่าเรื่องหนึ่งอยู่บ่ อยๆ
เป็นเรื่องจากรายการโทรทัศน์
เกี่ยวกับเด็ก 3 คนที่กำลังขนของขึ้นรถไฟ
รถไฟนั้นมีเวลาออกที่แน่นอน
เด็กๆ ก็รีบขนของ แต่วันนั้นเป็นวันที่สมจิตร จงจอหอขึ้นชก
เด็กสองคนเป็นผู้ชายอายุราวสิ บเอ็ดสิบสองทิ้งงานไปดูสมจิ ตรชกทางโทรทัศน์
เด็กอีกคนเป็นผู้หญิงรุ่ นราวคราวเดียวกันไม่ได้ไปดูด้วย ก็ขนของขึ้นรถไฟต่อไป
พิธีกรถามเด็กผู้หญิงว่า คิดยังไงที่เพื่อนเขาทิ้ งงานไปดูโทรทัศน์
เด็กผู้หญิงบอกว่า ก็เห็นใจเขา เพราะเขาเป็นแฟนมวยของสมจิตร
หนูไม่ใช่แฟนสมจิตร หนูก็ทำงานของหนูไป
พิธีกรถามแหย่อีกว่า
แล้วหนูไม่โกรธไม่ด่าว่ าเขาเหรอที่เขาทิ้งงานให้หนู ทำคนเดียว
เด็กตอบว่า
หนูขนของขึ้นรถไฟ หนูก็เหนื่อยอย่างเดียว
ถ้าหนูโกรธหรือด่าว่าเขาด้วย หนูก็เหนื่อยสองอย่าง
เด็กคนนี้เลือกที่จะเหนื่อยอย่ างเดียวคือเหนื่อยกาย
เพราะถ้าไปโกรธ ไปด่าว่าเพื่อนก็จะเหนื่อยใจด้ วย "
- พระไพศาล วิสาโล -
บ่อยครั้งที่ฉันพยายามจะไม่เอ่ยปากบ่นเรื่องที่ไม่พึงใจ
การบ่นไม่ได้ช่วยอะไร
ขณะบ่นอาจคิดว่าการได้ปลดปล่อยความคับข้องใจออกมา
จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
แต่พอบ่นจบ
กลับไม่เป็นอย่างนั้น
สุดท้ายแล้ว พลังลบก็กลับมาทำร้ายตัวเราเอง
จากเดิมที่เหนื่อยกับเรื่องเดียว
ก็ต้องมาเหนื่อยกับการจัดการความโกรธที่มาพร้อมกับการบ่น
เหนื่อยกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปเพราะอารมณ์
เหนื่อยกับการทำร้ายตัวเอง ด้วยการคิดวนเวียนเรื่องเดิมอีกครั้ง
ยิ่งบ่น ก็ยิ่งเหนื่อย
และไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น