มันเริ่มต้นจากก้าวที่หนึ่ง ก้าวที่สอง ก้าวที่สาม
ด้วยความเร็วห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง
จนไปถึงก้าวที่พัน
ด้วยความเร็วหกจุดแปดกิโลเมตรต่อชั่วโมง
เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดังเป็นระยะไม่ขาดสาย
ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
หยดเหงื่อกลั่นจากร่างกายผุดขึ้นเต็มใบหน้า
ไหลตามแรงโน้มถ่วงช้าช้าลงสู่ลำคอ
เรื่อยไปจนชุ่มแผ่นหลัง
ใช่
ฉันกำลังวิ่ง
ฉันไม่ชอบเล่นบาสเก็ตบอล เพราะมันต้องวิ่ง
ฉันไม่ชอบเล่นเทนนิส เพราะมันต้องวิ่ง
ฉันไม่ชอบเล่นฟุตบอล เพราะมันต้องวิ่ง
ฉันไม่ชอบการวิ่ง
ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการวิ่ง
แต่ในวันนี้
ฉันประหลาดใจตัวเองที่ฉันกำลังมีความสุขกับการวิ่ง
...
เมื่อสมัยเรียนประถมสาม
ด้วยรูปลักษณ์ทางร่างกายที่ดูมีภาษีกว่าคนอื่น
ทำให้ฉันจับพลัดจับผลูไปเป็นนักกีฬาวิ่งของโรงเรียนโดยการเลือกของคุณครู
ทั้งที่ฉันเป็นคนวิ่งช้า
ฉันต้องซ้อมวิ่งทุกวันก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียนทุกวัน
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสัปดาห์
เป็นการเปิดประสบการณ์การวิ่งแบบยาวนานครั้งแรก
การวิ่งระยะไกลไม่ใช่ปัญหา
ฉันสามารถวิ่งเรื่อยๆได้นานๆ ตราบเท่าที่พลังยังเหลือ
แต่การวิ่งระยะสั้น ทำให้ฉันหวั่นใจ
ในวันที่แข่งขันวิ่งผลัดห้าคูณแปดสิบ
ทีมของฉันเข้าอันดับที่สี่จากห้า
ด้วยฝีมือไม้ผลัดที่สามผู้วิ่งช้าที่สุดในทีม
ซึ่งก็คือ ฉัน
ฉันบอกคุณครูว่า
ฉันทำได้ไม่ดีเป็นเพราะฉันปวดขา
แต่รู้ความจริงในใจดีว่า
มันเป็นเพราะฉันวิ่งไม่เก่ง
ฉันไม่มีใจให้กับการวิ่งแข่ง
แล้วฉันก็ปิดฉากชีวิตนักวิ่งของตัวเองนับแต่นั้น
ฉันไม่เคยลงสมัครวิ่งในกีฬาสีครั้งไหน
ไม่เคยลงวิ่งมาราธอนสนามใด
เว้นเสียแต่ในสนามเด็กเล่น
ฉันกลับมาวิ่งอีกครั้งตอนเรียนมัธยมต้น
อาของฉันเป็นนักวิ่ง
เมื่อฉันเอ่ยปากกับพ่อแม่ว่าอยากไปวิ่ง
ทุกเย็น อาจึงมาหาที่บ้าน ตามชี้ชวนของพ่อแม่เพื่อพาไปฉันวิ่ง
อาพาฉันวิ่ง
วิ่ง
วิ่ง
วิ่งแบบจริงจัง
จนมือสมัครเล่นอย่างฉันเริ่มไม่สนุก
ประดุจกับต้องเรียนวิชาเลขสุดหินกันคุณครูที่ดุ
และชอบเรียกนักเรียนออกไปทำโจทย์หน้ากระดาน
มันเริ่มรู้สึกทรมาน
กับการหยิบรองเท้า ก้าวออกไปนอกบ้าน
เหมือนวิ่งไปตามหน้าที่
ไม่รู้ว่าวิ่งไปทำไม
ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกลบกับการวิ่ง
แล้วฉันก็ห่างหายกับการวิ่งไปนาน
จะมีวิ่งบ้างเป็นครั้งคราว ตามกระแสคำชวนของเพื่อน
ชั่วครั้งชั่วคราว
ฉันโปรดปรานการออกกำลังกายในสายอื่นมากกว่า
ฉันออกไปเต้นแอโรบิก
ขี่จักรยาน
เดินทางไกล
แม้พี่ที่ฉันรู้จักนับถือหลายคน ตลอดจนเพื่อนฝูง
จะสนใจและเอาจริงเอาจังในการวิ่ง
จนทำฉันแอบมีใจอยากรีเทิร์นกลับไปหาตามกระแส
แม้คนสนิทชิดเชื้อ
จะเริ่มปัดฝุ่นรองเท้าแล้วออกวิ่ง
แม้ในรักเจ็ดปีดีเจ็ดหน
จะสอนว่าการวิ่งสามารถเปลี่ยนชีวิต
แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่า
ถึงอย่างไรฉันก็จะไม่วิ่ง
จนเย็นวันหนึ่งขณะที่ฉันเข้าไปใช้บริการฟิตเนส
แล้วพบว่าอุปกรณ์อื่นถูกจับจองโดยนักออกกำลังไปหมด
เหลือเพียงแต่ลู่วิ่ง
ฉันลังเลใจอยู่นาน
กว่าจะก้าวข้ามผ่านความกลัวขึ้นไปยืนอยู่บนลู่วิ่ง
ภาพวันที่ฉันทนทรมานกับการวิ่ง
ก้าวเท้าไปโดยไร้ใจและปราศจากจุดหมาย
ยังฝังอยู่ในหัว
นาทีแรกถึงนาทีที่สาม
ฉันยังออกแรงด้วยการเดินก้าวยาว
จนมานาทีที่ห้า
ฉันหลับตาแล้วตัดสินใจออกวิ่ง
ก้าวต่อก้าว
นาทีต่อนาที
จนหลายชั่วโมง
หลายวัน
หลายสัปดาห์
ความกลัวได้สลายกลายเป็นความคุ้นเคย
ความคุ้นเคยได้ก่อตัวกลายเป็นความกล้า
ไม่น่าเชื่อว่า
ทุกวันนี้ฉันกลายเป็นคนที่เสพติดการวิ่ง
ในวันธรรมดา
ฉันรีบเลิกงานเพื่อที่จะไปวิ่ง
ในวันหยุด
ฉันรีบตื่นเช้าเพื่อที่จะไปวิ่ง
ฉันเคยกลัวการวิ่งใจจะขาด
เพราะการวิ่งคือสิ่งที่ฉันไม่ถนัด
เพราะการวิ่งทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น
เพราะการวิ่งทำให้ฉันเหนื่อยจนทนไม่ไหว
เพราะการวิ่งทำให้ฉันต้องกระหืดกระหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย
แทนที่จะได้หายใจอย่างสบาย
เพราะการวิ่งทำให้ฉันยอมแพ้ง่ายๆ ไม่คิดสู้แม้แต่ศักยภาพของตัวเอง
ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันกลับมาสนุกกับการวิ่ง
ฉันอาจจะวิ่งเพราะเป็นกีฬาที่ไม่ต้องพึ่งพาใครหรืออุปกรณ์อื่นใด
ฉันอาจจะวิ่งเพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการหนีปัญหา
ฉันอาจจะวิ่งเพราะมันช่วยเยียวยาความเศร้าในจิตใจ
ฉันอาจจะวิ่งเพราะอยากสุขภาพดี หน้าตาสดใส
ฉันอาจจะอยากวิ่งเพราะอยากกลายเป็นคนใหม่ คนที่ฉันไม่เคยคิดจะเป็น
ฉันอาจจะวิ่งเพราะฉันรู้สึกเป็นอิสระ
ฉันอาจจะวิ่งเพราะฉันรู้สึกว่าฉันได้เอาชนะอะไรบางอย่าง
และจากเหตุผลข้อสุดท้าย
ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า
การวิ่ง
ไม่ได้เป็นกีฬาที่จะเล่นเพื่อเอาชนะใคร
นอกจากเพื่อชนะใจตัวเอง