เป็นคนชอบจัดบ้านมาแต่ไหนแต่ไร
ชอบให้บ้านสะอาด เป็นระเบียบ ของเป็นหมวดเป็นหมู่
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีภาวะบ้านรกระเกะระกะ
เพราะแอบมีขี้เกียจบ้าง วางๆทับถมไว้ก่อนบ้าง
ช็อปเพลินจนลืมนึกถึงที่เก็บบ้าง
หรือบางทีที่เก็บของกล่อง ตู้ ชั้นวางของ ฯลฯ ที่ซื้อมานั่นเเหละที่เป็นสาเหตุแห่งความรก
พอๆกับพวกกองหนังสือแต่งบ้านทั้งหลายที่หาที่เก็บไม่ได้
( โลกนี้ช่างย้อนแย้ง )
เวลาเครียดทีไรจะลุกขึ้นมาจัดบ้านครั้งใหญ่
ปัดกวาด รื้อของ ดูดฝุ่นหมดจด
ฉันรู้สึกว่ามันช่วยคลายเครียดดี
การจัดบ้านเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขด้วยตัวเอง
สามารถกำจัดสิ่งที่เราไม่ชอบออกไป
และพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
นอกจากนี้ เวลาที่จัดบ้านเสร็จ มันช่วยทำให้รู้สึกมีกำลังใจ
อย่างน้อยก็มีสักเรื่องที่เราสามารถเปลี่ยนเเปลงได้สำเร็จและเห็นผลลัพธ์ทันตา
ไม่เหมือนกับความเครียดหรือปัญหาที่เราเผชิญอยู่
ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อเห็นหนังสือ "ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว"
ก็นึกอยากอ่านทันที เพราะมันเข้าทางฉันเลย
และยิ่งได้รู้ว่าคนโดะ มาริเอะ - ผู้เขียน เธอโด่งดังมาก
ได้รับเลือกเป็น 100 ผู้มีอิทธิพลของโลก ที่จัดอันดับโดยนิตยสาร TIMES
ยิ่งทำให้รีบไปหามาอ่านโดยไม่รอช้า
(พลางยกมือซ้ายขึ้นกำด้วยความมุ่งมั่น
และนึกในใจว่า ชีวิตฉันกำลังจะเปลี่ยนแล้ว ! )
แนวคิดหลักๆของหนังสือเล่มนี้
คือการทิ้ง และจัดพื้นที่ให้เป็นระเบียบแบบรวดเดียวจบ
สาเหตุที่ทำแบบรวดเดียวจบ
เพราะจะทำให้เราได้เห็นความแตกต่างของก่อนจัดและหลังจัดอย่างชัดเจน
วิธีที่จะเลือกเก็บของ คือ ให้ถือของชิ้นนั้นเอาไว้ในมือ
แล้วถามตัวเองว่ามันชุบชูใจหรือเปล่า
ถ้าใช่ก็เก็บเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ทิ้งไป
( ในฉบับภาษาไทยใช้คำว่า มันปลุกเร้าความสุขได้ไหม
ส่วนฉบับภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า spark joy )
ฟังแล้ว มันปิ๊งนะ
เราจะทนเก็บของที่เราไม่ชอบไปทำไม
แต่ทำแล้วยากเหมือนกัน โดยเฉพาะของที่เป็นสิ่งแทนความทรงจำในอดีต
ที่ตัดใจทิ้งไม่ลงเสียที
ส่วนวิธีเก็บของ คือ เก็บของประเภทเดียวกันไว้ในที่เดียวกัน
อย่าเก็บกระจัดกระจาย
และแนะนำให้เก็บของในแนวตั้ง
เพราะจะช่วยให้เราเห็นปริมาณชัดเจนกว่า
เนื่องจากผู้เขียนเป็นชาวญี่ปุ่น
เวลาอ่านฉันจึงรู้สึกว่ามันมีความเป็นตะวันออกหรือความเป็นญี่ปุ่นสูงมากเลย
อย่างเช่น การมองว่าข้าวของมีชีวิตจิตใจ
เราควรขอบคุณที่สิ่งของได้ทำประโยชน์แก่เรา
ไม่ควรวางของทับกัน
เพราะของที่อยู่ด้านล่างจะต้องแบกรับน้ำหนักตลอดเวลา
ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง
อ่านแล้วก็... อืม น่ารักดี ขี้เกรงใจ ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
สิ่งที่ฉันทึ่งอีกอย่าง
คนโดะ มาริเอะ เธอหลงใหลในการจัดระเบียบข้าวของมาก
เธอให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ตลอดเวลามาตั้งแต่เด็ก
ถึงขั้นลาออกจากงานประจำมาทำงานที่ใจรักนี้อย่างเต็มตัว
ทั้งที่สิ่งนี้แทบจะไม่เป็นที่สนใจในสายตาคนทั่วไปเลย
ไม่น่าเชื่อว่า ความหลงใหลคลั่งไคล้จริงจังในเรื่องสามัญที่ผู้คนมักมองข้าม
จะกลายมาเป็นศาสตร์แห่งการจัดระเบียบที่จริงจังและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกได้
ความหลงใหลนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ
หลังจากอ่านจบ ฉันปฏิบัติภารกิจเก็บข้าวของ
ทิ้งไปได้ประมาณห้าถุงดำใบใหญ่
ตอนนี้ห้องเรียบร้อยและสะอาดมากขึ้น
รู้สึกดีที่ได้อยู่ท่ามกลางของที่ชอบ
ของที่คิดแล้วคิดอีกตอนจะทิ้ง เสียดมเสียดาย
ตั้งแต่นาทีที่ทิ้งไปจนมาถึงนาทีนี้
ฉันกลับไม่ได้คิดถึงมันอีกเลย
ของบางอย่างมันก็ไม่ได้สำคัญจริงๆหรอก
เราแค่คิดไปเองว่ามันน่าจะสำคัญ
สิ่งที่ต้องเตือนตัวเองต่อไปนี้
คือ อย่าซื้ออะไรมาเพิ่มให้มันรกอีก
เวลาซื้อของ นอกจากจะมองว่า
สิ่งนี้เรามีอยู่แล้วหรือเปล่า
ยังต้องมองไปถึงว่า เราจะเก็บมันไว้ตรงไหนด้วย
ได้แต่หวังว่าห้องจะไม่กลับมารกภายในสามวัน
หลังจากเงินเดือนออกนะ
ป.ล. สำหรับคนที่อยากย่นระยะเวลาการอ่าน มีเวอร์ชั่นซีรีส์ให้ดูแทนด้วย
(แม้แต่เรื่องจัดบ้านก็สามารถเอาไปทำละครได้ ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ)