เวลาที่ต้นไม้ไม่ออกดอกออกผล
มีวิธีโบราณว่าไว้ว่า
ให้เอามีดฟันไปที่บริเวณลำต้นของต้นไม้ให้เป็นรอยแผล (แบบพอประมาณ)
เพื่อทำให้ต้นไม้คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย
เกิดความรักตัวกลัวตายรีบออกดอกออกผลเพื่อขยายพันธุ์มากมาย
ฉันไม่แน่ใจว่าวิธีนี้ได้ผลไหม เพราะไม่เคยทดลองด้วยตัวเอง
แต่มีช่วงหน้าร้อนของปีหนึ่ง
ที่อยู่ๆอากาศก็แปรปรวน หนาวเย็นขึ้นมา
หลายคนบอกว่า ต้นไม้ที่บ้านออกลูกออกผลกันยกใหญ่
ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ
ถ้าความเชื่อนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเป็นความจริง
ฉันมองว่ามันอาจจะเป็นผล อันเกิดขึ้นจากเหตุที่คล้ายกัน
พืชอาจมีสัญชาติญาณบางอย่างตามธรรมชาติเช่นเดียวกับสัตว์
ที่รับรู้ได้ถึงภยันตรายที่จะเข้ามาถึงตัว
แต่พืชไม่สามารถเคลื่อนไหว หาที่หลบภัยได้เหมือนสัตว์
ทำให้มีวิธีปกป้องรักษาตัวเองที่แตกต่างออกไป
ฉันว่าคนเราก็เหมือนต้นไม้ในมุมนี้
ต้องเจ็บก่อน จึงตื่น
หลายคนต้องเฉียดกับภาวะไร้ชีวิต
จึงมองเห็นความสำคัญของชีวิต
มีคนรอบตัวเรามากมายใช้ชีวิตทุกวันไป
จนมาถึงวันหนึ่ง วันที่เราพบว่า
เราเป็นโรคร้ายแรงบางอย่าง หรือประสบเหตุเภทภัยที่เสี่ยงต่อชีวิต
วันนั้น เราถึงจะเกิดความรักตัวกลัวตาย
พยายามหาวิธีที่จะยื้อยุดชีวิตตัวเองไว้
ทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยนึกถึงความหมายของการมีลมหายใจ
บางคนที่ผ่านพ้นช่วงเวลาเเห่งความเป็นความตาย
ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่
หันมาใส่ใจร่างกาย ฟังเสียงจากธรรมชาติ
ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท
การไม่ประมาทไม่ได้หมายถึงการไม่กลัวความตาย
แต่มันหมายถึงเราควรระลึกอยู่เสมอว่าชีวิตเราเปราะบางเพียงใด
และพยายามใช้มันด้วยความระมัดระวัง อย่างมีสติ
แค่ข้ามถนนผิดจังหวะนิดเดียว
หลับเพียงเสี้ยวนาทีขณะขับรถ
เผลอเหยียบสายไฟรั่วตอนที่ตัวเปียก
สั้นๆ ง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที
มันสามารถเปลี่ยนเราไปตลอดกาลได้
ฟังแล้วดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเบื่อที่คนพูดกันดาษดื่น
ได้ยินมาแล้วเป็นร้อยหน
แต่หนเดียวที่มันเกิดขึ้นกับตัวเรา
เราจึงจะรู้แจ้งเห็นจริง
เราจึงจะรู้แจ้งเห็นจริง
ขอบคุณมีดเล่มนั้น
ที่พาดผ่านมาโดนร่างกายของฉัน
แล้วทิ้งรอยบากเอาไว้
มันเป็นเครื่องเตือนสติ
ให้ฉันได้ตื่นดังเช่นต้นไม้
และรู้ว่าควรรักร่างกายของตัวเองอย่างไร
ที่พาดผ่านมาโดนร่างกายของฉัน
แล้วทิ้งรอยบากเอาไว้
มันเป็นเครื่องเตือนสติ
ให้ฉันได้ตื่นดังเช่นต้นไม้
และรู้ว่าควรรักร่างกายของตัวเองอย่างไร

