29.2.59

รอยบาก


เวลาที่ต้นไม้ไม่ออกดอกออกผล
มีวิธีโบราณว่าไว้ว่า
ให้เอามีดฟันไปที่บริเวณลำต้นของต้นไม้ให้เป็นรอยแผล (แบบพอประมาณ) 
เพื่อทำให้ต้นไม้คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย 
เกิดความรักตัวกลัวตายรีบออกดอกออกผลเพื่อขยายพันธุ์มากมาย 
ฉันไม่แน่ใจว่าวิธีนี้ได้ผลไหม เพราะไม่เคยทดลองด้วยตัวเอง
แต่มีช่วงหน้าร้อนของปีหนึ่ง
ที่อยู่ๆอากาศก็แปรปรวน หนาวเย็นขึ้นมา
หลายคนบอกว่า ต้นไม้ที่บ้านออกลูกออกผลกันยกใหญ่
ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ 
ถ้าความเชื่อนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเป็นความจริง
ฉันมองว่ามันอาจจะเป็นผล อันเกิดขึ้นจากเหตุที่คล้ายกัน 

พืชอาจมีสัญชาติญาณบางอย่างตามธรรมชาติเช่นเดียวกับสัตว์ 
ที่รับรู้ได้ถึงภยันตรายที่จะเข้ามาถึงตัว
แต่พืชไม่สามารถเคลื่อนไหว หาที่หลบภัยได้เหมือนสัตว์
ทำให้มีวิธีปกป้องรักษาตัวเองที่แตกต่างออกไป 

ฉันว่าคนเราก็เหมือนต้นไม้ในมุมนี้
ต้องเจ็บก่อน จึงตื่น  
หลายคนต้องเฉียดกับภาวะไร้ชีวิต
จึงมองเห็นความสำคัญของชีวิต 

มีคนรอบตัวเรามากมายใช้ชีวิตทุกวันไป 
จนมาถึงวันหนึ่ง  วันที่เราพบว่า
เราเป็นโรคร้ายแรงบางอย่าง หรือประสบเหตุเภทภัยที่เสี่ยงต่อชีวิต
วันนั้น เราถึงจะเกิดความรักตัวกลัวตาย 
พยายามหาวิธีที่จะยื้อยุดชีวิตตัวเองไว้ 
ทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยนึกถึงความหมายของการมีลมหายใจ

บางคนที่ผ่านพ้นช่วงเวลาเเห่งความเป็นความตาย
ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ 
หันมาใส่ใจร่างกาย ฟังเสียงจากธรรมชาติ 
ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

การไม่ประมาทไม่ได้หมายถึงการไม่กลัวความตาย 
แต่มันหมายถึงเราควรระลึกอยู่เสมอว่าชีวิตเราเปราะบางเพียงใด 
และพยายามใช้มันด้วยความระมัดระวัง อย่างมีสติ
แค่ข้ามถนนผิดจังหวะนิดเดียว 
หลับเพียงเสี้ยวนาทีขณะขับรถ
เผลอเหยียบสายไฟรั่วตอนที่ตัวเปียก 
สั้นๆ ง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที 
มันสามารถเปลี่ยนเราไปตลอดกาลได้

ฟังแล้วดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเบื่อที่คนพูดกันดาษดื่น 
ได้ยินมาแล้วเป็นร้อยหน 
แต่หนเดียวที่มันเกิดขึ้นกับตัวเรา
เราจึงจะรู้แจ้งเห็นจริง 

ขอบคุณมีดเล่มนั้น
ที่พาดผ่านมาโดนร่างกายของฉัน
แล้วทิ้งรอยบากเอาไว้
มันเป็นเครื่องเตือนสติ
ให้ฉันได้ตื่นดังเช่นต้นไม้
และรู้ว่าควรรักร่างกายของตัวเองอย่างไร


16.2.59

Rookierun #9




ฉันคิดว่าการวิ่งเป็นกีฬาเฉพาะตัว
ทุกคนมีความเร็วและจังหวะการวิ่งเป็นของตัวเอง
ฉันเคยมีประสบการณ์วิ่งไปพร้อมๆกับคนอื่น
รู้สึกพะวักพะวง ไม่ค่อยสนุก
ฉันเลยชอบวิ่งคนเดียวมากกว่า
ต่อให้มีคนไปวิ่งด้วยกัน เริ่มพร้อมกัน
ก็แยกกันวิ่ง
ไปเจอกันอีกทีตรงปลายทาง ตอนที่วิ่งจบ

แต่งานวิ่งงานนี้เป็นงานวิ่งที่ต้องเข้าเส้นชัยเป็นคู่ถึงจะได้รับเหรียญ
ตอนแรกคิดกันกับบัดดี้ว่า
จะแยกกันวิ่งแล้วค่อยมาเจอก่อนเข้าเส้นชัย
เพราะเราวิ่งคนละจังหวะ
ขณะที่ฉันวิ่งจังหวะสม่ำเสมอ เรื่อยๆไปตลอด
บัดดี้จะวิ่งแบบเร็วสลับช้า
ถ้าเราวิ่งพร้อมกันจะไม่ถนัด
แต่ฟังดูโหดร้ายเกิน
ไหนๆเขาจัดให้วิ่งเป็นคู่แล้ว เลยตัดสินใจวิ่งไปพร้อมกัน

เวลาวิ่งแบบมีบัดดี้ มันก็แปลกๆดี
ต้องคอยจับตาดูไม่ให้ทิ้งห่างกันมาก
ผ่อนช้าผ่อนเร็ว รักษาระดับการวิ่งให้ใกล้ๆกัน
ช่วยกันให้กำลังใจ เพื่อไปถึงจุดหมายด้วยกัน

บรรยากาศงานนี้ไม่ได้หวานชื่น เป็นสีชมพู
จัดมาเพื่อฆ่าคนโสดหรอกนะ
นอกจากคู่รักแล้ว ยังมีคู่เพื่อน คู่พี่น้อง คู่พ่อลูกเต็มไปหมด
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก
เพราะถ้าไม่รักกันจริง
คงไม่ยอมมาลำบากกายด้วยกันแบบนี้

รักใครให้ชวนออกกำลังกาย
จะได้สุขภาพดี
อยู่กับเราไปนานๆ




19.1.59

Rookierun #8




New year 's Resolution สำเร็จไปข้อหนึ่งแล้วนะ
ไปวิ่งฮาล์ฟมาราธอนมาแล้ว
ตั้งใจว่าจะมาฮาล์ฟแรกที่นี่
งานวิ่งที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในประเทศ
แต่วันก่อนมาแอบท้องเสียหนักมาก
เกือบถอดใจว่าจะไม่ได้วิ่งแล้วเสียอีก
โชคดีที่อาการทุเลาไปก่อน

งานน่ารักสมคำร่ำลือจริงๆ
โดยเฉพาะกองเชียร์ที่จัดเต็มสุดๆ
ประทับใจมาก ( ก ไก่ ล้านตัว )
ชาวจอมบึงมาคอยยืนเชียร์อยู่ตลอดทาง
เด็กเล็กเด็กน้อย หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ มายืนโบกมือให้กำลังใจ
นักเรียนตั้งขบวนมาพร้อมพู่ ร้องเพลงดังราวกับงานกีฬาสี
บางกลุ่มถึงขนาดจัดเวทีเปิดเพลงเต้น
แต่งตัวมาเป็นเซ็ท ดูจริงจังมาก
เห็นแล้วน้ำตาซึม
ตั้งใจวิ่งให้สมกับที่พวกเขาตื่นมาเชียร์

กิโลเมตรสุดท้าย
ไดเจอกับพี่ตูนด้วย
ตอนแรกมองไม่เห็น แต่ได้ยินคนแถวนั้นร้องเพลงบอดี่สแลมอยู่หลายรอบ
มองไปข้างหน้าถึงได้เห็นว่าพี่ตูนวิ่งอยู่
เลยได้พี่เป็นแรงบันดาลใจให้วิ่งไปต่อ

จบการวิ่งด้วยดี
มีความสุข สนุก สภาพไม่เจ็บ ไม่ยับเยิน

ดีใจ



7.1.59

2015


ได้เวลามารีวิวปณิธานที่ตั้งไว้ตอนต้นปี 

สิ่งที่อยากจะทำสำหรับปี 2015


-  ออกกำลังกายทุกวัน
- ไม่ใช้บัตรเครดิต
- เก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมาย
- ไม่ซื้อกระเป๋ากับรองเท้า ( เว้นรองเท้าวิ่งนะ )
- กินกาแฟวันเว้นวัน
- ไปพม่า
- เล่น FB ให้น้อยลง
- เขียนให้มากขึ้น

ทำได้ข้อเดียว

---------------

2015

การงาน


ค่อนข้างวุ่นวายเลยสำหรับปีนี้
มีนู่นนี่เข้ามาตลอด
งานเก่ายังไม่ทันหาย
งานใหม่ก็เข้ามาแทรก
บางงานก็เลื่อน ทำให้ต้องมาเร่งตอนท้าย
บางงานก็ทำซ้ำมาซ้ำไป
แทบจะไม่มีเวลาหายใจหายคอเลย
แต่ฉันปรับตัวได้แล้วล่ะ
ทำใจร่มๆ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป 

การเงิน


ไม่อยากกล่าวถึง
ร้องไห้

ครอบครัว


ได้กลับไปอยู่บ้านเต็มๆประมาณสิบวันได้เพราะไม่สบาย
เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กให้พ่อแม่ดูแลอีกครั้ง
ปีนี้ต้องพึ่งพาทางบ้านหลายอย่าง
ทั้งเรื่องรักษาพยาบาล เรื่องซ่อมบ้าน
คนเดียวไม่ไหวจริงจัง
พ่อเริ่มเล่นไลน์แล้วด้วย
แถมติดกว่าวัยรุ่นอีก
ต้องคอยหาคำทักทายอรุณสวัสดิ์ตอบพ่อทุกเช้า
สนุกดีเหมือนกัน


เพื่อน

ห่างหายเพื่อนไปจริงๆ
ได้ไปงานแต่งเพื่อนที่สนิท
เหมือนได้รวมรุ่นอีกครั้งแต่ปีนี้มีแค่งานเดียว 
เพื่อนคนอื่นๆก็ไม่ค่อยได้เจอ 
ทั้งเพื่อนที่มหาลัย เพื่อน ม.ปลาย
มีได้เจอเพื่อนที่ทำงานเก่าบ้าง
คิดถึงทุกคน

ความรัก


เรื่อยๆนะ
เป็นเหมือนเพื่อนสนิท
ตีกันอยู่ทุกวัน

สุขภาพ


ออกกำลังกายทุกวัน
เว้นวันที่ป่วย หรือไม่ได้อยู่บ้าน
แต่ปีนี้ได้เป็นไข้เลือดออกด้วย
ตื่นเต้น
ดีใจที่ไม่ได้เป็นหนักมากและหายได้ด้วยตัวเอง
คงเป็นเพราะออกกำลังกายช่วยไว้ด้วย
ไม่งั้น คงแย่กว่านี้แน่นอน
นอกจากนี้ ยังพบอาการผิดปกติอย่างอื่นอีก
โชคดีที่ไม่ร้ายแรงอะไร
ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิต


งานอดิเรก


หันมาระบายสี
เห็นเขาฮิตสมุดภาพระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ เลยไปซื้อมาลองบ้าง
แล้วก็ติดจริงจังเลย
ซื้อเยอะมาก จนระบายทั้งปีก็ไม่หมดแล้ว
มีเล่นเม็ดบีดส์ด้วย
ทั้งทีเขาเลิกเล่นกันไปตั้งนานแล้ว
ส่วนงานอื่นๆไม่ได้ทำเลย
เย็บสมุดไม่ได้เเตะ Scrapbook ไม่ได้ทำ 

การเดินทาง


เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ฮ่องกง น่าน เชียงตุง 
ราชบุรี จันทบุรี ลำพูน
พม่าที่ตั้งใจไว้ก็ยังไม่ได้ไปเสียที
ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เที่ยวไหนเลย
วันหยุดก็อยากอยู่บ้านเฉยๆ
ไม่อยากออกไปไหน 
ที่ไหนฮิต ที่ไหนเปิดใหม่ก็ไม่เคยไป

จิตใจ


ปีที่แล้วว่าแข็งแล้ว
ปีนี้ยิ่งกว่าเดิมอีก
อดทนกับอะไรๆได้มากกว่าเก่า
และพร้อมจะเพิกเฉย
เมื่อไม่มีความสนใจ

ภาพรวม


นึกอะไรไม่ค่อยออกเลย
โดยเฉพาะครึ่งปีหลังที่งานยุ่ง

ไม่ได้มีเรื่องที่ดีมาก หรือแย่มากให้จดจำ
เป็นปีที่กลางๆก็แล้วกัน

-------------


สิ่งที่อยากจะทำสำหรับปี 2016

- ออกกำลังกายทุกวัน
- กินผลไม้ทุกวัน
- วิ่งฮาล์ฟมาราธอน
- เขียนไดอะรีทุกวัน ( ได้เล่มใหม่มาแล้วนี่)
- ไปไต้หวัน
- เล่น FB ให้น้อยลง
- รอบคอบในการทำงานมากขึ้น
- เลิกซื้อของไร้สาระ
- shopping อาทิตย์ละครั้ง
- ซื้อโต๊ะทำงานใหม่
- ทำบ้านใหม่