18.4.58

Little Forest


ไม่ได้ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่แรก 
ไม่เคยดู trailer ด้วยซ้ำ 
เคยเห็นแค่ภาพโปสเตอร์หนังผ่านๆ 
ไม่ได้สนใจอะไร

เมื่อคืนนั่งเล่น Facebook แล้วบังเอิญไปเจอเพจ Little Forest 
เลยได้เห็นภาพในหนัง และอ่านรีวิวบางส่วนของคนที่ได้ไปดู
ทำให้เกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมา
ประกอบกับการที่ได้ทำอาหารกินเองบ่อยๆ
คิดว่าดูเรื่องนี้แล้วน่าจะรับพลังงานบางอย่างกลับมาเป็นแรงใจในการทำอาหาร
เลยตัดสินใจไป

หนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ 
เป็นภาพชีวิตประจำวันของหญิงสาวชาวเกษตรกร
ที่ใช้ชีวิตเรื่อยไปตามฤดูกาล
ตื่นมากินข้าวเช้า 
ออกไปทำสวนทำนา 
เก็บพืชเก็บผักมาประกอบอาหาร 
สมาคมกับเพื่อนบ้านที่เป็นคุณลุงคุณป้า
ใช้เวลาพักผ่อนยามค่ำคืน
ไม่มีนางเอก พระเอก ตัวร้าย
ไม่ได้ตื่นเต้น ลุ้นระทึก เร้าใจ 
ไม่มีบทพีคดราม่าจัด น้ำตาไหลพราก หักมุม
เข้าใจยากหรืออบอุ่นแบบที่ฉันกลัว
สามารถดูได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ 
คงเป็นเพราะมีความละมุนละไมแฝงอยู่ในนั้น
ทั้งภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม 
ผันเปลี่ยนไปตามฤดูกาลให้เราได้ติดตามความเปลี่ยนแปลง
สีของแสงแดด เพลงประกอบพาเพลิน 
ความสดใหม่อลังการของพืชผัก
ขั้นตอนการประกอบอาหาร
บทสนทนาเรียบง่ายธรรมดา(แต่มีอะไรกลับไปให้คิดต่อ) 
และนักแสดงที่เล่นได้เป็นธรรมชาติ

ฉันชอบที่อิจิโกะบอกว่า
เธอปลูกผักทุกชนิดไว้
ฤดูไหนผักอะไรงอกงามก็กินผักชนิดนั้น
มันเหมือนกับบ้านเราในสมัยก่อนเลยที่กินพืชตามฤดูกาล 
อย่างหน้าไหนมะนาวไม่มีก็ใช้อย่างอื่นแทน
ทั้งมะม่วง มะกอก 
ไม่ใช่หันไปใช้มะนาวขวดสังเคราะห์
ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ที่อยากกินอะไรก็ไปหาในซุปเปอร์มาร์เก็ต
ไม่มีการใส่สารเร่งให้พืชให้ผลได้ทั้งปี

แม้หลายคนจะเตือนว่า ห้ามไปดูตอนหิวเด็ดขาด
แต่ฉันไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบอะไรหนักหนา
รอบที่ฉันซื้อตั๋วมาเป็นรอบเที่ยงพอดี (ยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน)
ดูไปสักยี่สิบนาทีจึงเข้าใจถ่องแท้ว่า 
ที่เขาเตือนกันมานั้น 
มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง

ในหนังถ่ายทอดขั้นตอนการทำอาหารโฮมเมดสิบกว่าเมนู
ที่ทำเอาฉันท้องร้อง กลืนน้ำลายตลอดเรื่อง
ตั้งแต่ขนมปังอบ แยมผลไม้ นูเทลล่า
เหล้าข้าวแสนสดชื่น วูสเตอร์ซอสราดของทอด  
ปลาเทราต์ย่าง มะเขือเทศดอง 
เป็ดทอด ข้าวปั้นวอลนัท เกาลัด ผัดผัก
เห็นแล้วอยากจะเข้าครัวทำอาหารเดี๋ยวนั้น
อยากมีสวนผักเป็นของตัวเองแบบอิจิโกะ
เก็บผักข้างบ้านมาทำอาหาร
นึกถึงตอนที่ไปค่าย 
ฉันไปอาศัยอยู่กับชาวบ้าน
กินยอดฟักทองที่เก็บจากต้นสดๆ 
เดินเก็บผักกูดริมลำธาร
ช่วยยกมัดข้าวที่เกี่ยวแล้ว 
คล้ายๆกับในหนัง
ไปทำประเดี๋ยวประด๋าวมันสนุกดี
แต่ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตจริงมันไม่สนุกอย่างนั้น
มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
เหนื่อยจริง ลำบากจริง

ฉันว่าหลายคนที่ดูจบ
อยากละทิ้งชีวิตในเมืองไปใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบแบบในชนบท
อยากปลูกผักปลอดสารพิษกินเอง 
ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องใช้เงินเยอะ 
ฉันเองก็เคยคิดอยากเป็นแบบนั้น
แต่ชีวิตจริงมันไม่ง่ายและสวยเหมือนในหนัง
ลำพังแค่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ก๊อกๆแก๊กๆ
ยังบ่นว่าเหนื่อยนักหนา
จะรับมือกับงานที่ใหญ่กว่า ยากกว่าอย่างนั้นอย่างไร

ถ้าเมืองไทยทำหนังแบบนี้บ้าง
ฉันว่าน่าจะสนุกดีเหมือนกันนะ
ต้มยำกุ้ง แกงส้ม กระเพราไก่
ข้าวเหนียวมะม่วง กล้วยบวชชี
คงชวนให้หลายคนหันมาทำกับข้าวกินเองกันได้บ้างล่ะ 

14.4.58

ไม่อ่าน



เมื่อวันที่ไปงานสัปดาห์หนังสือล่าสุด
เดินเลือกดูหนังสือ
อยู่ๆคนที่ไปด้วยก็เดินเข้ามาสะกิดแขน
สายตาจึงได้เห็นนักเขียนสองคน
กำลังเลือกดูหนังสืออยู่บูธข้างๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน
ฉันคงดีใจ ยิ้มแก้มปริ
ที่ได้เจอนักเขียนชื่อดังคนโปรด

แต่มาวันนี้รู้สึกเฉยๆ
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะฉันโตขึ้น
เลยไม่ได้ตื่นเต้นกับการเจอนักเขียนขวัญใจมหาชน
(เว้นแต่เวลาเจอน้องแบร์รี่นะ ยังตื่นเต้นอยู่)
อีกอย่างหนึ่งคือฉันไม่ได้ติดตามผลงานของนักเขียนคนนี้มานานแล้ว
ทั้งที่ฉันเคยขอลายเซ็น
เคยใจเต้นเวลาเจอหน้าบูธสำนักพิมพ์
เคยพยายามตามอ่านผลงานเล่มใหม่ของเขามานานสม่ำเสมอ

...

การได้ฟังเรื่องราวซ้ำๆ
ผ่านคนหลายกลุ่มที่ผลัดกันเล่าเรื่องคนละแบบ
การฟังแต่เรื่องราวของคนพูดคนเดิม
การได้มองเห็นคำตอบเดิมๆ หลายหน
มันทำให้ฉันเริ่มมองหาโจทย์ใหม่
ที่ลึกซึ้ง กว้างขวาง แตกต่างออกไป
ฉันอยากฟังใครสักคนพูดในสิ่งที่ฉันไม่เคยได้ยิน
บรรยายถึงสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็น
เล่าถึงบางอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัส
หรือคิดในมุมที่ฉันไม่ได้คิด
อยากไปรู้จักกับคนเล่าเรื่องที่ฉันไม่คุ้นเคย
ลองฟังสำนวนการพูดที่ไม่คุ้นหู

นั่นทำให้ฉันเลือกอ่านหนังสือหลากหลายมากขึ้น
เปิดตารับตัวหนังสือใหม่
ทั้งที่ผ่านตาคนอื่นมาแล้วและยังไม่ผ่านตา
ทั้งที่เป็นหนังสือยอดนิยมและไม่ค่อยมีใครนิยม
ทั้งเป็นเรื่องที่ฉันสนใจและไม่เคยสนใจ
การเปลี่ยนแนวหนังสือที่อ่าน
ช่วยเติมเต็ม สิ่งที่ฉันต้องการได้

มันเหมือนกับการมีเพื่อนหลายๆคน
มีเพื่อนหลายๆแบบ

วันหนึ่งฉันอาจจะอยากฟังเรื่องเที่ยวกับคนนี้
วันหนึ่งฉันอาจจะอยากปรึกษาความรักกับคนนั้น
วันหนึ่งฉันอาจจะคิดอยากคุยเรื่องการเงินกับคนโน้น
วันหนึงฉันอาจจะอยากฟังความคิดเรื่องการเมืองกับอีกคน

ไม่มีใครรู้อะไรหมดทุกอย่าง
ไม่มีใครเห็นอะไรตรงกันเสมอ
และเราคงไม่มีใครคุยกับเพื่อนอยู่แค่คนเดียว
ฟังคำตอบเดิม
โดยไม่ลองฟังความคิดเห็นของคนอื่นดูบ้าง

...

ในงาน ฉันลองหยิบหนังสือเล่มใหม่ของนักนักเขียนคนนั้นมาเปิดอ่าน

และแน่นอน
ฉันไม่ได้พาหนังสือเล่มนั้นกลับบ้าน

ไม่ใช่ว่าผลงานของนักเขียนเจ้าของหนังสือไม่ดี
เพียงแต่ว่า
มันไม่ได้ตอบโจทย์ฉัน
มันยังไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากจะฟังขณะนี้เท่านั้นเอง


ไม่แน่หรอก
ไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งหน้า
ฉันอาจจะไปต่อแถวขอลายเซ็นนักเขียนคนนั้นก็เป็นได้



6.4.58

ทับทิมกรอบ




เมื่อคืนนั่งตากพัดลมดูยูทูป
ปรากฏว่าเปิดไปเจอรายการทำอาหารสอนทำทับทิมกรอบเอาตอนห้าทุ่ม
เห็นเม็ดทับทิมกรอบสีชมพูแวววาวแล้วมือสั่น ตาพร่า นอนเกือบไม่หลับ

เช้ามาเลยออกไปหาซื้อที่ร้านขนมแถวบ้าน
มีลอดช่อง รวมมิตร เฉาก๊วย ต่างๆนานา
ยกเว้นทับทิมกรอบ

ความกระหายขนมไม่เข้าใครออกใคร
ฉันตัดสินใจทำเองซะเลย
ซื้อแห้วกระป๋องมาหนึ่ง น้ำหวานแดง แป้งมัน น้ำเชื่อมมีอยู่แล้ว
น้ำกะทิไม่ต้องเพราะไม่ค่อยชอบ

เริ่มด้วยการหั่นแห้วเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
ง่ายๆคือแบ่งเป็นหัวละเก้าส่วน
หั่นแล้วผึ่งให้แห้งสักครู่
นำแห้วไปคลุกกับสีผสมอาหารหรือน้ำหวานแดงพอขลุกชลิก
จากนั้น โรยแป้งมันลงไป
คลุกให้ทั่ว
โรยซำ้สักสองรอบ
ร่อนในกระชอนให้แป้งส่วนเกินออก
แล้วน้ำไปต้มในน้ำเดือด
รอจนทับทิมกรอบลอยขึ้นมา
ตักพักใส่น้ำเย็น
แล้วแช่ในน้ำหวาน เพื่อให้แป้งรัดตัว
จากนั้นก็จะได้อัญมณีมาส่องประกายในชามดับร้อน
ตักกินสบายใจ
ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที

ชื่นใจ




4.4.58

กล่องข้าว




สิ่งที่ชอบอย่างหนึ่งตอนที่ไปฮ่องกง คือ
เวลาที่ไปซื้อของตามร้านหรือร้านสะดวกซื้อ
เขาจะไม่มีถุงพลาสติกให้
ถ้าอยากจะรับถุง ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ฉันอยากให้บ้านเราเป็นแบบนั้นบ้าง
ไม่ใช่ซื้ออะไรนิดหน่อย
คนขายจับใส่ถุงพลาสติกให้หมด
บางครั้งห้ามไม่ทัน
บางครั้งบอกว่าขอไม่รับ ก็ยังอุตส่าห์ใจดีจับของใส่ให้เสร็จสรรพเรียบร้อย

ในวันหนึ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็นซื้อของตั้งหลายชิ้น
นับดูแล้ว มีขยะถุงพลาสติกเพิ่มมาในบ้านวันละเกือบสิบใบ
รับมาแล้วเดี๋ยวเดียวก็กลายเป็นขยะ
เพราะบางใบบางและเล็ก ใส่ของมาก็ขาด ใช้ต่ออีกไม่ได้
เห็นแล้วเสียดาย

แนวคิดการใช้ถุงผ้า
ดูไม่ได้ผลกับเมืองไทยสักเท่าไหร่
อาจจะเพราะไม่ค่อยมีคนพก
ถึงมีใช้
กลับกลายเป็นถุงผ้าสำหรับใส่ของที่ใส่ถุงพลาสติกมาแล้วอีกที
เหมือนไม่ค่อยได้ประโยชน์สมเจตนารมณ์ของการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้า

เวลาไปซื้อข้าวตอนเช้าและตอนกลางวัน
เดี๋ยวนี้ ฉันพกกล่องข้าวไปด้วย
ให้แม่ค้าตักข้าวใส่กล่องข้าวให้เลย
หรือเวลาไปซื้อกาแฟ ก็เอาแก้วไปใส่
นอกจากจะช่วยลดขยะกล่องโฟมและพลาสติกแล้ว
แม่ค้าบางคนยังชอบ
ตักให้เยอะกว่าปกติอีกด้วย

เพื่อนที่ทำงานหันมาใช้กล่องข้าวกันหลายคนเหมือนกัน
บางคนมีปิ่นโตหิ้วกับข้าวมาจากบ้าน
หลายคนขี้เกียจ ไม่อยากพก
หลายคนอาย ไม่กล้าถือ
แต่ฉันว่าน่ารักดี
อยากชวนให้คนทำแบบนี้กันเยอะๆ

3.4.58

ระหว่างทาง


ฉันยังจำวันที่เดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวได้
ระหว่างทางช่วงแรกที่เดินทางนั้น
ทิวทัศน์สองข้างทางสวยมาก
มีทั้งต้นใบเขียวขจี
เขาสูงสลับซับซ้อน
บ้างลดหลั่นไล่ระดับ
ชวนให้หยุดพักชมข้างทางนานๆ
ทักกับเพื่อนร่วมทางที่ผ่านไปมา

พอเดินมาสักระยะ
ฝนเริ่มตกลงมา
จนทางเริ่มลื่น เดินลำบาก

ถึงอย่างนั้นสองข้างทางยังน่าชม
จากภาพฟ้าใส
เปลี่ยนเป็นภาพหมอกคลอเคลียยอดเขา
หยาดฝนพราวเกาะกิ่งก้านใบ
อากาศชุ่มฉ่ำเย็นสบาย
งามไปอีกแบบ


เมื่อเดินไปนานเข้า
ความเหนื่อยล้าเริ่มทำให้ฉันท้อใจ
เมื่อยังไปไม่ถึงยอดเสียที
เริ่มเดินช้า ใช้เวลาหยุดพักบ่อย

...

บางครั้งฉันคิด
คำพูดที่ว่า 
ระหว่างทางสำคัญกว่าจุดหมาย
มันเป็นเพียงข้ออ้างของคนที่พยายามไม่พอ

เมื่อเรามีจุดหมาย
ตั้งหมุดไว้
เราก็ควรที่จะไปให้ถึงจุดหมาย

แน่นอนว่าระหว่างทางย่อมมีสิ่งน่ามองและน่าจดจำ
แต่ใช่ว่าจะเก็บเกี่ยวความเพลิดเพลินรายทาง
อ้างว่าระหว่างทางสำคัญกว่า
จนลืมไปว่า
เราออกแรงเดินมาเพื่ออะไร

...

เมื่อนึกถึงที่ตั้งแคมป์ข้างบนซึ่งเป็นจุดหมาย
หากฉันเดินช้า มัวโอ้เอ้
ท้องฟ้าแล้วยังไปไม่ถึง
จะเกิดความยุ่งยาก
นอกจากจะลำบากตัวเองแล้ว
ยังเป็นภาระให้คนอื่นต้องออกตามหาอีกด้วย

ช่วงหลังฉันจึงพยายามเร่งฝีเท้า
ไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศ
ไม่ได้พิจารณาสองข้างทางเท่าช่วงแรก

แรงฮึดทำให้ฉันไปถึงแคมป์ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน
ได้ช่วยคนที่ไปถึงก่อนกางเต็นท์พักแรม
ได้ช่วยทำอาหารเย็นรอคนที่ยังเดินขึ้นมาไม่ถึง
และเดินสำรวจบริเวณรอบๆแคมป์ด้วย

...

บางคนชอบหยุดชื่นชมระหว่างทาง
เขาอาจจะได้เก็บรายละเอียดในหลายสิ่งอัน
ได้พบได้เห็นได้ประสบในสิ่งที่คนรีบรุดพลาด


บางคนอาจใช้เวลาเดินทางไม่มากมาย
แต่เขาก็มีโอกาสที่ได้ใช้เวลาชื่นชมบนยอดจุดหมายนานกว่า
และมีเวลาวางแผนเพื่อจะไปยังจุดหมายอื่น

...

ขากลับลงจากยอดดอย
โชคดีที่ฝนไม่ตกแล้ว
ฉันเลยมีโอกาสได้เก็บเกี่ยวภูมิทัศน์อย่างเต็มที่
ได้มองเห็นในสิ่งที่ขาขึ้นฉันเดินแบบก้มหน้าก้มตาผ่านไป
ดอกไม้เล็กใหญ่สีสดชูช่อใต้ร่มไม้ใหญ่
เห็ดป่าใกล้โขดหิน
ขณะที่บางจังหวะที่ข้างทางเป็นหญ้าสูง
ฉันก็รีบก้าวเท้าเร็ว
ชดเชยเวลาที่หยุดมองทิวเขา
เพื่อให้ไปถึงทันเวลานัด ณ จุดหมายเบื้องล่าง

...

การใช้เวลาชื่นชมระหว่างทาง 
ช่ว่าจะพบแต่เรื่องดี

การรีบไปถึงจุดหมาย 
ใช่ว่าจะเข้าใจความหมาย

ไม่มีอะไรดีกว่าในทุกด้าน
ไม่มีอะไรแย่กว่าในทุกด้าน
มันแค่ขึ้นอยู่กับว่า
เราต้องการแบบไหน
สุขกับวิธีไหนมากกว่า


...

ขอให้ไปถึงจุดหมาย
โดยที่ยังได้สบตาระหว่างทาง