คิดว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่สำคัญไม่แพ้ภาษาอังกฤษ
ยิ่งในอนาคต
พี่จีนมาแรงแน่ๆ
เหตุผลที่ฉันตัดสินใจไปเรียน
ไม่ใช่เอาไว้ใช้ในการทำงาน
แต่อยากจะรู้เพื่อเอาไว้ใช้ในการท่องเที่ยว
ไปไหนมาไหนก็เจอคนจีนทุกที่
รู้ไว้เพิ่มอีกสักภาษา ไม่เสียหลาย
แถมอาจช่วยพาให้ชีวิตง่ายขึ้น
ฉันเลือกเรียนในเวลาหลังเลิกงาน
เพราะไม่อยากเบียดบังเวลาวันหยุด
เป็นห้องเล็กๆที่มีนักเรียนไม่ถึงสิบคน
เหล่าซือที่สอนเป็นคนจีนสัญชาติไทย
เกิดที่เมืองไทย แต่ตอนนี้ครอบครัวกลับไปอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
พูดภาษาไทยได้คล่อง
เพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา
ฉันนี่แหละเป็นคนที่อายุมากที่สุด
ไปเรียนแรกๆเราเกร็งๆกัน
แต่พอได้คุยสักระยะเท่านั้น
จ้อกันไม่หยุดจนแทบจะไม่พูดภาษาจีน
วิชาการเราไม่ได้แข็งแกร่งมาก
ทว่าวิชาความรู้ทั่วไปนี่เราเข้ม
การมาเรียนเหมือนได้เปิดโลกใหม่
เหล่าซือมักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเมืองจีนให้ฟังว่ามีอะไรที่ต่างกับไทย
วัฒนธรรม สภาพสังคม แหล่งท่องเที่ยว ความคิด นิสัยใจคอของผู้คน
เหล่าซือมาอยู่เมืองไทยนานมากแล้ว
เหล่าซือบอกว่า เมื่อสักสิบปียี่สิบปีก่อนเมืองไทยเจริญกว่าเซี่ยงไฮ้มาก
มีนู่นมีนี่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้างสรรพสินค้า
มีหลายอย่างที่เมืองจีนไม่มี
แต่ดูเดี๋ยวนี้ เพียงแค่ไม่กี่ปี
เซี่ยงไฮ้พัฒนาไปไกลมากในทุกด้าน
ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา สวัสดิการ การคมนาคม
ในขณะที่เมืองไทยมีแต่แย่ลงๆ
ได้ฟังแบบนี้ก็สะอึก
ชาวโลกเขาไปถึงดาวพลูโตกันแล้ว
เรายังถอยหลังลงคลองกันอยู่เลย
การมีน้องๆอยู่ ช่วยให้ฉันได้เข้าใกล้กลุ่มวัยรุ่น
ทุกวันนี้ได้แต่เจอะเจอคนวัยทำงาน
จึงได้เห็นความน่ารักสดใสของเด็กๆ
สนุกสนานมีชีวิตชีวาดี
ทำให้นึกถึงชีวิตตัวเองในวัยนั้น
วันพุธที่แล้วเป็นการเรียนวันสุดท้าย
จากคอร์สเริ่มต้นที่สมาชิกเกือบสิบ
ค่อยๆลดลง จนเหลือสมาชิกแค่สาม
หนึ่งในนั้นต้องไปเรียนต่อต่างประเทศอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
คอร์สเรียนภาษาเลยต้องหยุดไปโดยปริยาย
เพราะจำนวนนักเรียนน้อย
เปิดคอร์สต่อไปไม่ได้
ต่อให้กี่ปีกี่ชาติ
ฉันอดที่จะไม่รู้สึกกับเรื่องเเบบนี้ไม่ได้
ใจหาย
เราจะไม่ได้มานั่งเม้ามอยสัปดาห์ละสองวันกันอีกแล้ว
ได้แต่นึกว่าหากเราได้พูดภาษาจีนเมื่อไหร่
มันคงทำให้เราหวนไปคิดถึงบรรยากาศในห้องเรียนบ้าง
เหล่าซือเคยบอกไว้
เราจะไม่พูดว่า"ลาก่อน"
แต่จะพูดว่า "แล้วพบกันใหม่"
นั่นแหละ
แล้วพบกันใหม่นะเด็กๆ
再见