26.3.57
จิ้งจอกน้อย
ไม่รู้ว่าจะถูกเรียกว่าเป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์หรือเปล่า
มันรู้สึกนิดๆ
เวลาที่เจอคนใหม่ เพื่อนใหม่
มันเหมือนเฉยๆแล้ว
ไม่ค่อยมีอารมณ์จะเข้าไปทำความรู้จัก
แบบว่า
(ยิ้มหวาน ) เฮ้ สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรคะ
ยินดีที่ได้รู้จัก เป็นเพื่อนกันนะ
เต็มใจช่วยเหลือทุกเรื่องนะ
อย่างมากก็แค่ยิ้มๆ ชวนคุยนิดหน่อย
คล้ายว่าถึงจะไม่รู้จัก ไม่เป็นเพื่อนกัน
เจอกันไม่ทักก็ไม่เป็นไร
มันคงอิ่มตัวเเล้วมั้ง
เพราะคนที่รู้จัก คนที่เรียกว่าเพื่อน
ทุกวันนี้ยังดูแลได้ไม่ดีเลย
ไม่อยากจะหาเรื่องรับผิดชอบต่อกุหลาบดอกใหม่
แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรใครนะ
ใครอยากเป็นเพื่อนกันก็เดินเข้ามาได้
ใครอยากทำให้จิ้งจอกน้อยเชื่องก็เชิญ
ยินดีต้อนรับ พร้อมและเต็มที่กับการเป็นเพื่อนเหมือนเดิม
เพียงแค่ว่าอาจจะไม่ได้เอ่ยทักใครก่อนเท่านั้น
ต่อให้โตขึ้นอีกมากแค่ไหน
ความสัมพันธ์ยังเป็นเรื่องที่ยากเสมอจริงๆ
สิ่งที่ได้เรียนรู้เมื่อตอนอายุสามสิบ
สิ่งที่ได้เรียนรู้เมื่อตอนอายุสามสิบ
เริ่มโอดโอย สะเงาะสะแงะ ปวดนู่นนี่นั่น
วันนี้ปวดหัว พรุ่งนี้ปวดหลัง วันมะรืนปวดฟัน วันมะเรื่องปวดท้อง
ขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็หอบ
หิวบ่อย กินจุกว่าตอนวัยรุ่น
แต่อัตราการเผาผลาญต่ำลง
แค่อยู่เฉยๆ ไม่กินอะไร น้ำหนักก็ขึ้นแล้ว
สุขภาพสำคัญมาก
จงเอาใจใส่และดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี
ปฏิบัติตัวตามหลักวิชาสุขศึกษาที่ได้เรียนมา
กินอาหารที่มีประโยชน์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ทำใจให้สบาย
นอนหลับให้เพียงพอ
อย่าเครียด
ที่สำคัญ
จงเก็บเงินไว้เยอะๆ
เพื่อรักษาตัวเองตอนแก่
กระเป๋าปราดา หลุยส์ แอร์เมส
สมบัติพัสถาน รถยนต์ราคาสิบล้าน
เหนื่องแทบตายเพื่อให้ได้มันมา
แต่ตอนที่เราเจ็บ
มันไม่มีประโยชน์
และเราจะไม่นึกถึงมันเลย
( นอกจากคิดเอาไปขายแล้วเอาเงินมาจ่ายค่ายา )
อย่าคิดว่าเรายังแข็งแรง ไม่มีโรค
ตอนนี้ไม่หรอก
แต่แค่อีกไม่กี่ปี
สิ่งที่เราทำกับร่างกายในวันนี้มันจะแสดงออกในวันข้างหน้า
จริงจัง
จงเก็บเงินไว้เยอะๆ
เพื่อรักษาตัวเองตอนแก่
ตอนนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆนะ
เป็นห่วง
ตั้งใจ
วันก่อน
ฉันกำลังกลับบ้าน ท่ามกลางแดดร้อนระอุ
ระหว่างที่เดินบนทางเท้า มีชายนั่งรถเข็นคนหนึ่ง เข็นรถผ่านมา
บนหน้าตักของเขามีตะกร้า บรรจุขนม ลูกอมต่างๆ
พอฉันจะเดินผ่าน
เขาก็เอ่ยชวนซื้อขนมด้วยน้ำเสียงเริงร่า
ทำให้ฉันต้องหยุดดู
แล้วฉันก็อุดหนุนขนมเขามาหนึ่่งห่อ
ไม่ใช่จากความเห็นใจที่เขาไม่สามารถเดินได้เหมือนคนอื่นๆ
แต่เป็นเพราะฉันชอบความตั้งใจในการทำงานของเขา
ท่าทางที่มีความสุขกับการขาย
เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น
และเอาใจใส่ลูกค้า
ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นคนเต็มที่กับการทำงาน
ถึงแม้งานนั้นจะไม่ได้ดูน่าสนุก หรือ ได้ผลตอบแทนอะไรมากมาย
แม่บ้านที่เก็บรายละเอียดความสะอาดทุกซอกทุกมุม
แม่ค้าที่บรรจงตักกับข้าว มัดปากถุงให้พองฟู
บุรุษไปรษณีย์ที่ขับมอเตอร์ไซค์มาส่งจดหมายยามฝนตก
บาริสต้าร้านรถเข็นข้างทางที่พยายามชงกาแฟให้อร่อยสุดฝีมือ
ซีเคียวริตี้การ์ดที่เป่านกหวีดและโบกรถจนสุดตัว
มันทำให้ฉันนึกย้อนดูตัวเอง
และทำให้ฉันมีไฟ
22.3.57
คิดถึงวิทยา
คิดถึงวิทยา
หมายถึง โรงเรียนที่อบอวลไปด้วยความคิดถึง
...
ดู trailer หนังเรื่องนี้เมื่อสักเดือนก่อนในโรงหนัง
ไม่ได้ข่าวมาก่อนว่าค่าย GTH ทำหนังเรื่องนี้ด้วย
เห็นแล้วคิดว่าน่าจะเป็นหนังที่น่ารักดี
แต่ยังไม่ถึงขั้นอยากจะไปดู
เพราะรู้สึกขัดกับนักแสดงนำนิดหน่อย
ภาพลักษณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะกับบทบาท
และเคมีของสองพระนางไม่น่าจะไปด้วยกันได้
ต่อมาได้ฟังเพลงไม่ต่างกัน ซึ่งเป็นเพลงประกอบหนัง
ชอบมาก ฟังทุกวัน
เลยไปหาข้อมูลหนัง ดูเบื้องหลังเพิ่มเติม
( พบว่าเนื้อเรื่องหนังได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงด้วย )
จนตัดสินใจไปดู
คนอื่นอาจจะบอกว่าหนังมันออกจะเรียบไปหน่อย
แต่ฉันชอบนะ
บางครั้งก็ไม่ได้ต้องการหนังที่แปลกใหม่หวือหวา
บทสนทนาสลับซับซ้อนให้ชวนคิดหรือตีความหลายชั้น
หรือเฮฮามากมายตลอดเวลาทั้งเรื่อง
เป็นหนังที่ดูเพลินดี
ถึงจะไปเรื่อยๆแต่ไม่ได้น่าเบื่อ
ไม่ถึงขั้นชวนเหงา เคว้งคว้าง
มีแต่บรรยากาศเปล่าเปลี่ยวในโรงเรียนอ้างว้าง
ตอนแรกยังติดภาพพลอยกับบี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง
พอดูๆไปแล้ว เริ่มเปิดใจมากขึ้น เริ่มเชื่อในตัวละครมากขึ้น
นักแสดงเด็กๆที่เล่นด้วยก็น่ารัก ช่วยระบายสีสัน
ทำให้อมยิ้มได้ทั้งเรื่อง แถมบางฉากก็ซึ้งเล็กๆ
ภาพและฉากในหนังสวย
ส่วนเรื่องความรักมุ้งมิ้ง
ระหว่างคนสองคน ซึ่งไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา
เริ่มสร้างความผูกพันกันจากการเขียน-การอ่านไดอารี่
จนคิดถึงกัน
อยากรู้จักกัน
อยากพบกัน
บางคนรู้สึกว่าเพ้อเจ้อ
ใครจะไปชอบกันผ่านตัวหนังสือ
ประสบการณ์ความคิดถึงข้างเดียวแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริงหรือ
ฉันเองก็คงไม่เชื่อ
ถ้าไม่เคยเจอกับตัวมาก่อนเหมือนกัน
; )
15.3.57
Keep Walking
การที่เราจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง
นับว่ายากแล้ว
นั่นไม่เท่าไหร่หรอก
การทำสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องน่ะสิ
เป็นสิ่งที่ยากกว่า
6.3.57
5
5 ปีแล้ว
ที่ฉันมีเพื่อนที่สนิทที่สุด
คนที่ใกล้ฉันมากกว่าที่ใครเคยได้ใกล้
คนที่(จำเป็นต้อง)เข้าใจฉัน ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่เข้าใจ
คนที่ให้อภัยฉันเสมอ แม้ว่าฉันจะทำตัวน่าโกรธ
คนที่ขำกับมุกตลกเดียวกัน
คนที่ปันหนังสืออ่าน
คนที่ช่วยหาหนังหาเพลงมาดูมาฟัง
คนที่ชอบกินอาหารที่ฉันห้าม
คนที่ชอบถามความรู้สึกเวลาฉันมีท่าทีเปลี่ยนไป
คนที่ทำให้ฉันยิ้มได้ โดยแค่นั่งอยู่เฉยๆ
คนที่พร้อมเปิดเผย หากฉันมีข้อข้องใจ
คนที่ชอบหาเรื่องไร้สาระมาเล่า
คนที่เม้าได้ทุกเรื่องตลอดวัน
คนที่อยากให้ฉันอ้วนมากกว่าผอม
ดีใจที่มีเพื่อนสนิทอย่างเธอ
:)
2.3.57
นคร PINK
เคยไปเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อน
คราวนั้นไปลงรถไฟที่สถานีเชียงใหม่
แล้วนั่งรถต่อไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อไปออกค่าย
ขากลับมาก็ได้แต่แวะไนซ์บาซาร์ หาข้าวเย็นกิน ก่อนขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ
ยังไม่ได้เที่ยวเมืองเชียงใหม่ให้เต็มตา
หลังจากนั้นก็ตั้งใจว่าจะกลับไปเยือนเชียงใหม่อีกครั้งให้ได้
ยิ่งได้ดูหนังเรื่องโปรดอย่างเพื่อนสนิท
ยิ่งคิดอยากจะไปทุกที่ที่ปรากฏในหนัง
เหมือนอย่างทัวร์ตามรอยซีรีส์เกาหลี
แต่จนแล้วจนรอด
หลังจากที่คนรอบตัวต่างพากันไปทัวร์เชียงใหม่กันคนละหลายต่อหลายหน
คนอย่างฉันก็ได้แต่มองภาพถ่ายของคนอื่นตาละห้อย
คอยฟังเรื่องราวการเดินทางที่น่าประทับใจ
หาจังหวะจะไป แต่ไม่ได้ไปสักที
จนมาปีนี้นี่แหละ
ที่คิดว่ายังไงก็ตัองไปให้ได้
และแล้วในวันวาเลนไทน์ก็ได้ไปเชียงใหม่สมใจ
ภาพแรกที่ฉันจำได้ติดตาในเมืองเชียงใหม่ คือ ภาพคูเมือง
ที่มีน้ำพุพุ่งเป็นสายอยู่ตรงกลาง ( มองดีๆจะเห้นรุ้งในน้ำพุด้วย )
ซึ่งฉันนั่งรถแดงจากอาเขตวนไปวนมาอยู่หลายรอบ
แล้วยังงงๆอยู่ว่าอะไรอยู่ทิศไหนทางไหน
พอลงจากรถขนกระเป๋าลงไปฝากไว้ที่ที่พักได้
ก็เริ่มการเดินทางท่องเมืองของจริง
มาเที่ยวครั้งแรก
ฉันเลยไปที่เที่ยวยอดนิยมเสียก่อน
เริ่มจากพระธาตุดอยสุเทพ
ที่ทำเอาเวียนเศียรเวียนเกล้านิดหน่อย
เพราะคิดว่าขึ้นเขาแบบระยะทางเล็กน้อย
เลยไม่ได้เตรียมใจกับหลายๆโค้ง
นั่งมองน้องเด็กแว้นตรงทางขึ้นไปพระธาตุ
น้องๆมีหน้าที่คอยเรียงรองเท้านักท่องเที่ยวให้เป็นระเบียบเป็นที่เป็นทาง
เพื่อให้มองหาง่าย หยิบง่าย
เป็นงานเล็กๆที่ยิ่งใหญ่
ประทับใจ
ลงมาต่อด้วยสวนสัตว์เชียงใหม่
กะว่าจะเดินท่ามกลางมวลหมู่ไม้เขียวขจีสบายๆ
ทว่ามันเป็นทางเดินแบบค่อยๆไต่ขึ้นเขา
ทำเอาขอยอมแพ้แก่่กำลังขา ไปได้แค่ครึ่งสวนสัตว์เท่านั้น
ไว้คราวหน้าค่อยมาว่ากันต่อ
จากนั้นไปวัดอุโมงค์
ฉันชอบที่นี่มากๆ
เพราะเป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบที่ฉันไม่เคยไปที่ไหนมาก่อน
เดินเล่นเย็นใจอยู่สักพักก็กลับ
แต่แอบหลงงงงวยกับทางอยู่เล็กน้อย
โชคดีที่มีรถผ่านมาให้โบกกลับ
แวะลงเดินเล่นตรงถนนนิมมานฯสุดฮิต
ก่อนที่จะไปประตูช้างเผือก
และแวะเวียนเที่ยนที่วัดโลกโมฬีใกล้ๆก่อนกลับที่พัก
เพราะเป็นวันวิสาขบูชาพอดี
ชาวเชียงใหม่มาเวียนเทียนไหว้พระกันหนาแน่น
ดีเหมือนกันที่ได้มาช่วงนี้
หากอยู่กรุงเทพฯ คงไม่ได้ออกมาทำหน้าพุทธศาสนิกชนแบบนี้แน่ๆ
ดีเหมือนกันที่ได้มาช่วงนี้
หากอยู่กรุงเทพฯ คงไม่ได้ออกมาทำหน้าพุทธศาสนิกชนแบบนี้แน่ๆ
วันรุ่งขึ้นตั้งใจจะเที่ยววัดวาอารามในเมืองให้ทั่ว
โดยเดินเท้ากันอย่างเดียว
เริ่มจากวัดอินทขีลสะดือเมือง
หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่และพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา
ที่จัดแสดงงานได้สวยเชียวล่ะ
แล้วเดินเล่นต่อไปอีกสองสามวัด
เจอคุณป้าใจดีช่วยเดินไปส่งด้วย
หลังจากเดินหลงๆงงๆอยู่ ( อีกแล้ว )
ตอนบ่ายไปซื้อของฝากที่กาดวโรรส
กินข้าวเย็นอาหารเมืองเหนือที่ร้านในตำนาน
เพราะโต๊ะเต็มเร็วมาก
ต้องมายืนรอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด
ตบท้ายด้วยเดินช็อปปิ้งหรรษาที่ถนนคนเดินวัวลาย
ที่เดินยาวเพลินตาเพลินใจ
เอาเข้าจริง
เชียงใหม่ไม่เหมือนกับที่ฉันจินตนาการไว้นัก
มันออกจะคึกคักกว่าฉันคิดไว้หน่อย
นึกว่าจะเงียบเรีบยร้อยกว่านี้
นึกว่าจะเงียบเรีบยร้อยกว่านี้
แต่ในความรู้สึกของฉันก็ยังเป็นเมืองที่น่ารักและมีเสน่ห์ดี
ชอบที่สามารถเดินทะลุตามตรอกซอกซอยได้โดยง่าย
ชอบที่สามารถเดินทะลุตามตรอกซอกซอยได้โดยง่าย
เวลาหมดเเล้ว
ยังมี่อีกหลายที่ที่ฉันอยากจะไปแล้วยังไม่ได้ไป
ไว้จะมาซ่อมอีกหลายๆหน
สุดท้ายนี้
ต้องขอบคุณเพื่อนเดินทาง
ที่ยอมมาสนุก มาเหนื่อย ลำบากและหลงทางด้วยกัน :)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

