30.5.57

รักปักใจ


เป็นคนประเภทจับด้ายเมื่อไหร่เป็นต้องยุ่งเหยิงพันกัน
มันปมด้ายใหญ่ขนาดเห็นได้ไกลตั้งแต่ร้อยเมตร
แถมทำงานเกี่ยวกับผ้าที่ไร 
เป็นอันต้องบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยร่องรอยหมกเม็ดของการเย็บที่ผิดพลาด
ฝังใจมาตลอดว่าเป็นคนไม่เหมาะกับงานที่เกี่ยวกับผ้าทุกชนิด
พยายามไม่ข้องเกี่ยวกับเย็บปักถักร้อย 
ทั้งที่อยากทำอยู่เหมือนกัน 

แต่แล้วก็มีเหตุให้ไปเจอ workshop ปักผ้าจุ๊กจิ๊ก 
ที่เห็นแล้วปิ๊ง 
ทำให้นึกถึงกล่องคุกกี้ทีไว้่ใส่อุปกรณ์เย็บผ้า
ซึ่งเต็มไปด้วยไหมหลากสีของแม่
ตลอดจนปลอกหมอนลายดอกไม้ปักมือที่เคยหนุนนอน
จนอยากมีผลงานของตัวเองสักชิ้นบ้าง

ขอท้าทายตัวเองอีกสักหน 
ว่าฉันจะสามารถข้ามผ่านขีดจำกัดไปได้หรือเปล่า
เลยไปสมัครเรียนปักผ้า
ทั้งที่รู้ว่างานอาจจะออกมาไม่รอดนี่ละ

ในคลาสที่เรียนมีนักเรียนทั้งหมด 5 คน 
ประกอบไปด้วย พี่แหม่ม พี่ใหญ่ที่ช่างคุยและใจดี เรียนมาแล้วสารพัด
ไข่มุก สาวเปรี้ยวที่มีคนใกล้ชิดรู้จักกับคุณครู  
พร  สาวฝีมือดี  และแอม สาวผู้มาไกลจากสระแก้ว 
คุณครูของเรา คือ ครูอ๋าย 
อดีตนักโฆษณาในบริษัทอันดับต้นของเมืองไทย
ที่เปลี่ยนชีวิตโดยละทิ้งงานประจำมาทำงานฝีมืออย่างเป็นทางการ

ครูอ๋ายปักผ้าสวยมาก
ทั้งที่เพิ่งทำมาเพียง 2 ปี 
(ครูมีบล็อกและเพจที่สามารถดูได้ทั้งงานศิลปะงามๆ
และอ่านบทความเกียวกับชีวิตให้ชวนคิดที่ http://doknommeaw.blogspot.com/ https://www.facebook.com/doknommeawhandmade )

ฉันไปถึงห้องเรียนเป็นคนสุดท้าย 
ขณะที่คนอื่นเริ่มเรียนไปก่อนหน้าแล้ว 
จึงรีบทำ รีบเรียนตามคนอื่นให้ทัน
ประกอบกับการที่ไม่มีฝีมือ ทำให้ต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษ
เลยไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่

ค้นพบว่าการปักผ้าเป็นวิธีการฝึกสมาธิที่ดีเยี่ยม 
ทำให้ใจเย็น นิ่ง และต้องมีสติตลอดเวลา
ทุกฝีเข็มที่เคลื่อนไหวมีผลต่อลายที่จะฝากบนเนื้อผ้า
วอกแวกเพียงนิดเดียวอาจส่งผลให้ต้องมานั่งแก้ปัญหายาว

มาเรียนครั้งนี้ได้ผลดีเกินคาด
เป็นเพราะฉันโตขึ้นด้วยหรือเปล่าไม่รู้
การปักผ้าของฉันจึงไม่มุทะลุและดึงดันมากเหมือนเมื่อก่อน
ตรงไหนที่ปักผิดก็ค่อยๆรื้อแล้วปักใหม่ 
ทั้งที่ปกติคงถอดใจไม่ทำแล้ว
ด้ายพันก็ค่อยๆแก้ 
ไม่หงุดหงิดกระชากติดมือจนขาด 
รู้สึกรักงานปักขึ้นมาเยอะเลย

กว่าจะได้งานแต่ละชิ้น
ต้องใช้ความระมัดระวังและละเมียดละไมอย่างยิ่ง
อีกทั้งใช้เวลาเยอะมาก

บอกเลยว่า ถ้าไม่รักใครปักใจจริงๆ
ฉันจะไม่ปักให้สักไจ


28.5.57

มืด



ดวงตาที่มองโลกมืดบอด
ยิ่งกว่าดวงตาของคนตาบอดสนิท
คือดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยอคติ

23.5.57

Line Ranger


ปกติไม่ค่อยจะเล่นเกมอะไรเท่าไหร่
อย่าง Cookie run ที่ฮิตๆกันฉันก็ไม่เล่น
เพราะไม่ค่อยถนัดเกมที่ใช้ทักษะความเร็วมาก
กดอะไรไม่ค่อยทันกับชาวบ้านเขา
เล่นแล้วจะพานโมโหตัวเอง
แถมเป็นคนประเภทถ้าติดแล้วจะเลิกยาก 
ทำให้เสียการเสียงาน

ทว่าช่วงนี้ติดเกม Line Ranger  
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ติด
คงเป็นเพราะ เล่นแล้วทำให้นึกถึง The Lord of The Ring ( ฉันเป็นสาวก LOTR )
ตรงที่เรามีทีมไปทำภารกิจสำคัญเหมือนกัน
โดยแต่ละคนในทีมจะมีคาแรกเตอร์ มีความสามารถต่างกัน 
แรกๆทีตั้งทีมขึ้นมา แต่ละคนจะมีความสามารถน้อย 
ดูด๋อยๆ (อ่อน+ด้อย) 
สู้ใครไม่ได้  ท่าทางไปไหนไม่รอด
ทว่าพอได้ต่อสู้ผจญภัย ได้เจอฝึกวิชา ผจญภัยนานา
ฝีมือเริ่มพัฒนาขึ้น เริ่มต่อกรกับศัตรูแข็งกล้าได้
แถมระหว่างทางยังได้เพื่อนร่วมทางใหม่ๆมาเพิ่ม จนทำให้ทีมแข็งแกร่ง

ฉันชอบความไม่สมบูรณ์แบบของตัวละครในเกม
ไม่มีตัวไหนที่เก่งไปหมดทุกทาง
ตัวที่สู้เก่ง ตีแรง  อาจจะไม่ค่อยอึด
ตัวที่อึด มักจะช้า วิ่งไปไม่ทันใจ
ตัวที่วิ่งเร็ว  ก็ตีไม่แรง และไม่ค่อยอึด
ฉันว่ามันเหมือนคนจริงๆ เวลาทำงานร่วมกัน
มันต้องอาศัยหลัก put the right man on the right job  
ใครเก่งทางไหน ให้ทำทางนั้น

ทีมฉันในเกม ยังอยู่ในระดับเด็กๆ 
รวยก็ไม่รวย ไม่มีเงินซื้ออะไรมาเสริมทีม
ชีวิตมีน้อย
เพื่อนที่ช่วยก็มีไม่เยอะ
เจอศัตรูแข็งแรงหน่อยเลยแพ้ตลอด 
อาศัยคอยอัพเกรดตัวเองวันละนิด วันละนิด 

เล่นแล้วสนุกดี
เหมือนได้มองตัวเองด้วย
วันนี้เราด๋อย
แต่ถ้าค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ
สักวันเราก็สู้คนอื่นได้ในทางของเราเองเหมือนกัน

13.5.57

มะม่วงแม่


ในวันที่อ่อนแอ
อาหารจากคนที่รักเราช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจได้ดี