21.11.56

ความรู้สุข


เมื่อวันก่อนขณะที่กำลังค้นหาของบางอย่าง
เลยได้หยิบกล่องโปสต์การ์ดขึ้นมาเปิดดู

แล้วนั่งอ่านโปสต์การ์ดเก่า
ทีละใบ
ทีละใบ
ไปเรื่อยๆ
เรื่อยๆ

มีความสุขชะมัด

คิดถึงคนส่งขึ้นมาติดหมัด


ความรู้สึกที่บางคนเคยให้ฉัน
มันเหมือนโปสต์การ์ด

ตอนแรกที่ได้รับก็ว่าดีใจ มีความสุขแล้ว

จนนานวันผ่านไป
พาให้ลืมไปแล้วว่าเคยได้รับความรู้สึกนั้น

พอได้กลับมาหวนนึกถึงมันอีกครั้ง
ทำให้ยิ้มไม่หุบ

อิ่มเอมกว่าตอนได้รับใหม่ๆซะอีก


:)


15.11.56

หัวชนฝา


ตอนเดินเข้าบ้าน
เห็นนกพิราบตัวหนึ่งเกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง
พอฉันเดินเข้าไปใกล้
มันก็ตกใจบินหนี
แต่แทนที่มันจะบินออกมาด้านนอกตัวบ้าน
มันกลับบินเข้าหาผนัง

บินแล้วก็ติด
ไปไหนไม่รอด
กางปีกพึบพับ บินวนไปมาอยู่อย่างนั้นเป็นนาน

ทำให้ฉันเห็นภาพของคำพูดที่ว่า
ดื้อหัวชนฝา


บางครั้งเราก็ไม่รู้หรอกว่า
ทางที่เราไปมันไม่ใช่
ยังดึงดันเดินหน้าทั้งที่ไปต่อไม่ได้
ทั้งที่แค่หันเปลี่ยนทิศนิดเดียว
เราก็ไปไหนต่อไหนได้ตามใจเเล้ว


5.11.56

I will survive



ฉากหนึ่งที่ติดใจในหนังเรื่องพี่มากพระโขนง
เป็นฉากในงานวัดที่พี่มากกับนาคนั่งอยู่ด้วยกันบนชิงช้าสวรรค์
ระหว่างที่ชิงช้าค่อยๆเคลื่อนหมุนไป 
ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งความสุข
นาคได้เอ่ยพี่มากขึ้นมาว่า

" ถ้าวันนึงเค้าตายไป  ตัวเองจะอยู่ได้ไหม "

...

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีเพื่อนคนหนี่งแอบคิดออกมาดังๆว่า
เหนื่อย  
ถ้าแฟนอยู่ด้วยก็คงดี  จะได้มีคนคอยพึ่งพาอยู่ข้างๆ 
ชีวิตไม่ต้องลำบาก

ฟังผ่านๆไปตอนแรก 
รู้ว่ามันเป็นเพราะอารมณ์งอแงผสมความคิดถึงของผู้หญิง
เวลาที่ไม่ได้อยู่กับคนรัก

แต่พอตั้งใจที่จะคิดมาก
มันทำให้ฉันคิดว่า 
เราไม่ควรรู้สึกแบบนั้น 
เราไม่ควรอยากมีคนอยู่ข้างๆ  เพราะเราอยากจะสบาย


บ่อยครั้งที่ฉันมักนึกถึงเหตุการณ์ในอนาคต
สมมติว่าถ้าฉันต้องอยู่คนเดียวจริงๆ
ฉันจะใช้ชีวิตอย่างไรดี
ฉันควรเตรียมตัว เตรียมใจอย่างไรตั้งแต่วันนี้

ฉันลองนึกภาพตัวเองอยู่ในสถานที่ต่างๆ
ทำกิจกรรมต่างๆ
ในช่วงเวลาที่ยังมาไม่ถึง

มันทำให้ฉันรู้ว่า
ฉันจะต้องเจอปัญหาอะไรในวันข้างหน้า
ฉันจะต้องเตรียมตัวหรือพัฒนาตัวเองด้านไหน
ให้สามารถรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้

เวลาที่ฉันเห็นบางคนทำอะไรก็ต้องมีคนเคียงข้าง
กินข้าวคนเดียวไม่ได้ 
ไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้
ระหว่างที่รอนัด ก็ต้องโทรหาใครสักคนคุยด้วย
แม้แต่กระเป๋าถือของตัวเองก็ยังให้คนอื่นถือให้
ฉันมักจะเกิดความสงสัยบางอย่าง
มันคงเป็นความสงสัย
ในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขาสงสัย
ว่าทำไมคนประเภทฉัน
ถึงได้ทำอะไรโดยที่ไม่มีเพื่อน 

วิชาการใช้ชีวิตขั้นพื้นฐาน 101 ของฉัน
คือ ต้องสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง 

ฉันพยายามที่จะไม่พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อ แม่ คนรัก หรือใครก็ตาม
ถึงแม้เขาจะยินยอมพร้อมใจให้เราอย่างนั้น
( บางทีฉันไม่ชอบที่พ่อแม่ดูแลฉันดีมากไปด้วยซ้ำ 
เพราะมันทำให้ฉันเกียจคร้านและเคยตัว ) 

ฉันจึงชอบหัดไปไหนมาไหนเอง 
หัดทำอะไรต่อมิอะไรเอง
ทุกข์เอง
สุขเอง
ยิ้มเอง 
หัวเราะเอง  
ร้องไห้เอง 
ซับน้ำตาเอง


ฉันไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์
ไม่ได้หมายความว่าไม่พึ่งพา 
ไม่รับความช่วยเหลือจากใครเลย
เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้

และไม่ได้หมายถึงการเห็นแก่ตัว 
นึกถึงแต่ตัวเอง 

แต่หมายถึงการที่ทำให้ตัวเองเป็นภาระกับคนอื่นน้อยที่สุด
ให้คนอื่นเป็นห่วงเราน้อยที่สุด

ใช้ชีวิตของเราไปให้ได้ ให้ดี
การที่มีคนอื่นมาร่วมชีวิตด้วยถือเป็นที่กำไร
ขาดเขาไปก็ไม่ขาดทุน

...

หลังจากที่อากงได้จากไป
ฉันรู้สึกคิดถึงยายมากเป็นพิเศษกว่าใคร
แม่บอกว่า ต่อไปนี้ พวกแม่ น้า ป้า 
คงต้องไปอยู่เป็นเพื่อนยายที่บ้านบ่อยๆในวันหยุด

ฉันไม่รู้ว่ายายเหงาไหม
เพราะเท่าที่เห็น
ยายเป็นผู้หญิงที่เข็มแข็งมาแต่ไหนแต่ไร
ตั้งแต่วันที่อากงเริ่มป่วยจนถึงทุกวันนี้
ฉันไม่เคยเห็นยายทำท่าเศร้าเลย
ยายยังคงยิ้ม หัวเราะ ใช้ชีวิตตามปกติ
เป็นยายที่น่ารัก

นั่นทำให้ฉันยิ่งรักยาย

และอยากจะเป็นให้ได้แบบยาย

...


ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่
เธอต้องอยู่ให้ได้
และอยู่อย่างมีความสุขด้วยนะ 

:) 


2.11.56

Club Friday



ฉันไม่ได้เป็นแฟนรายการ Club Friday ของพี่อ้อยพี่ฉอด
รายการวิทยุอันฮอตฮิตติดลมสำหรับผู้ต้องการศิราณีด้านหัวใจ
พอเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวในรายการจากเพื่อนๆบ้าง
รู้สึกว่าแต่ละเคสที่มาออกอากาศ ล้วนแล้วแต่มีอาการสาหัส

ฉันเป็นคนไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวความรักกับคนอื่นๆมากสักเท่าไหร่
ใช่ว่าจะเก็บเป็นลับลมคมในอะไร
แต่เวลาพูดเรื่องนี้ทีไร
มันรู้สึกขัดเขินระคนอายยังยังไงชอบกล
พูดไม่ออก ตอบไม่ถูก อ้อมๆแอ้มๆ

เลยชอบฟังเรื่องรักของคนอื่นมากกว่า

ฉันพบว่าในออฟฟิศเป็นห้องจัดรายการที่น่าสนใจเลยล่ะ
เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานมากในแต่ละวัน
เราจึงได้เห็นกัน คุยกัน รู้จักกันในหลายแง่มุม

ช่วงไหนใครหน้าตาสดใส ดูสวยขึ้น ตาเป็นประกาย
อนุมานได้ว่ากำลังมีความรักหรือความรักดี
ในทางตรงกันข้าม
ใครที่ดูซึมๆ หน้าหมองๆ ตาบวมๆ
เดาว่าหัวใจไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่
เรื่องหัวใจมันมีอิทธิพลต่อร่างกาย
สามารถสังเกตได้ โดยเฉพาะถ้าเราได้พบปะกันบ่อยๆ
และยิ่งถ้าออฟฟิศไหนมีสาวๆเยอะ
รับรองได้ว่า จะต้องมีชั่วโมง Club Friday ในเวลาพักกลางวันกันอย่างแน่นอน

ฉันชอบช่วงเวลานี้นะ
มันทำให้เพื่อนร่วมงานเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน
คือ เป็นเพื่อนในชีวิตจริง

เรื่องปัญหาหัวใจเป็นปัญหาสากล
โดยเฉพาะกับผู้หญิง
ต่อให้เป็นเราใครมาจากไหน ไม่เคยรู้จักสนิทสนม
ถ้าได้เอ่ยถึงเรื่องราวความรักเมื่อไหร่
เราดูจะเข้าอกเข้าใจ
พร้อมเป็นเพื่อนที่ปรึกษากัน
สนิทกันมากขึ้น

คนที่เห็นว่าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
อาจเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในด้านความรัก

คนที่เก่งกล้าสารพัด
กลายเป็นคนที่พ่ายแพ้แก่คนรัก

มันทำให้ฉันเห็นเรื่องราวความรักที่หลากหลาย
และเรียนรู้ได้จากคนใกล้ตัว

ทุกคนคงเคยสวมบทบาทเป็นพี่อ้อยพี่ฉอด
ฉันเองยอมรับว่าฉันเป็นที่ปรึกษาด้านนี้ที่ไม่ค่อยเอาไหน
เพราะฉันไม่ค่อยมีคำแนะนำหรือให้ความช่วยเหลือได้มากเท่าไหร่
นอกจากฟัง พยักหน้า แล้วพูดว่า
" ก็แล้วแต่แก
อะไรที่แกทำแล้วมีความสุขและในอนาคตแกจะไม่เสียใจ
ก็ทำไปเหอะ "


ไม่รู้สิ
ฉันว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวมากๆ
แต่ละคนล้วนมีคำตอบในใจตัวเองอยู่แล้ว
อาจจะเพียงต้องการการยืนยันอะไรบางอย่างจากคนอื่นอีกนิดเท่านั้น

และที่สำคัญที่สุด
ที่ฉันคิดว่าฉันให้คำปรึกษาใครไม่ค่อยได้
เพราะลำพังแค่เรื่องของฉัน

ยังเอาตัวไม่ค่อยรอด


...

Note :

วันที่ยิ้มได้
อย่าลืมคนที่เคยไปร้องไห้กับเขา

( Credit : Pafun )