16.8.58

จัดบ้าน



เป็นคนชอบจัดบ้านมาแต่ไหนแต่ไร
ชอบให้บ้านสะอาด เป็นระเบียบ ของเป็นหมวดเป็นหมู่
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีภาวะบ้านรกระเกะระกะ
เพราะแอบมีขี้เกียจบ้าง วางๆทับถมไว้ก่อนบ้าง 
ช็อปเพลินจนลืมนึกถึงที่เก็บบ้าง
หรือบางทีที่เก็บของกล่อง ตู้ ชั้นวางของ ฯลฯ ที่ซื้อมานั่นเเหละที่เป็นสาเหตุแห่งความรก
พอๆกับพวกกองหนังสือแต่งบ้านทั้งหลายที่หาที่เก็บไม่ได้ 
( โลกนี้ช่างย้อนแย้ง )

เวลาเครียดทีไรจะลุกขึ้นมาจัดบ้านครั้งใหญ่ 
ปัดกวาด รื้อของ ดูดฝุ่นหมดจด
ฉันรู้สึกว่ามันช่วยคลายเครียดดี
การจัดบ้านเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขด้วยตัวเอง
สามารถกำจัดสิ่งที่เราไม่ชอบออกไป
และพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ 
นอกจากนี้ เวลาที่จัดบ้านเสร็จ มันช่วยทำให้รู้สึกมีกำลังใจ
อย่างน้อยก็มีสักเรื่องที่เราสามารถเปลี่ยนเเปลงได้สำเร็จและเห็นผลลัพธ์ทันตา
ไม่เหมือนกับความเครียดหรือปัญหาที่เราเผชิญอยู่
ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อเห็นหนังสือ "ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว" 
ก็นึกอยากอ่านทันที เพราะมันเข้าทางฉันเลย
และยิ่งได้รู้ว่าคนโดะ มาริเอะ - ผู้เขียน เธอโด่งดังมาก 
ได้รับเลือกเป็น 100 ผู้มีอิทธิพลของโลก ที่จัดอันดับโดยนิตยสาร TIMES 
ยิ่งทำให้รีบไปหามาอ่านโดยไม่รอช้า
(พลางยกมือซ้ายขึ้นกำด้วยความมุ่งมั่น
และนึกในใจว่า ชีวิตฉันกำลังจะเปลี่ยนแล้ว ! )


แนวคิดหลักๆของหนังสือเล่มนี้ 
คือการทิ้ง และจัดพื้นที่ให้เป็นระเบียบแบบรวดเดียวจบ 
สาเหตุที่ทำแบบรวดเดียวจบ 
เพราะจะทำให้เราได้เห็นความแตกต่างของก่อนจัดและหลังจัดอย่างชัดเจน

วิธีที่จะเลือกเก็บของ คือ ให้ถือของชิ้นนั้นเอาไว้ในมือ 
แล้วถามตัวเองว่ามันชุบชูใจหรือเปล่า 
ถ้าใช่ก็เก็บเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ทิ้งไป
( ในฉบับภาษาไทยใช้คำว่า มันปลุกเร้าความสุขได้ไหม 
 ส่วนฉบับภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า spark joy )
ฟังแล้ว มันปิ๊งนะ
เราจะทนเก็บของที่เราไม่ชอบไปทำไม
แต่ทำแล้วยากเหมือนกัน โดยเฉพาะของที่เป็นสิ่งแทนความทรงจำในอดีต
ที่ตัดใจทิ้งไม่ลงเสียที

ส่วนวิธีเก็บของ คือ เก็บของประเภทเดียวกันไว้ในที่เดียวกัน
อย่าเก็บกระจัดกระจาย 
และแนะนำให้เก็บของในแนวตั้ง 
เพราะจะช่วยให้เราเห็นปริมาณชัดเจนกว่า

เนื่องจากผู้เขียนเป็นชาวญี่ปุ่น
เวลาอ่านฉันจึงรู้สึกว่ามันมีความเป็นตะวันออกหรือความเป็นญี่ปุ่นสูงมากเลย
อย่างเช่น การมองว่าข้าวของมีชีวิตจิตใจ
เราควรขอบคุณที่สิ่งของได้ทำประโยชน์แก่เรา
ไม่ควรวางของทับกัน 
เพราะของที่อยู่ด้านล่างจะต้องแบกรับน้ำหนักตลอดเวลา 
ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง   
อ่านแล้วก็... อืม  น่ารักดี ขี้เกรงใจ ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น 

สิ่งที่ฉันทึ่งอีกอย่าง 
คนโดะ มาริเอะ เธอหลงใหลในการจัดระเบียบข้าวของมาก
เธอให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ตลอดเวลามาตั้งแต่เด็ก
ถึงขั้นลาออกจากงานประจำมาทำงานที่ใจรักนี้อย่างเต็มตัว
ทั้งที่สิ่งนี้แทบจะไม่เป็นที่สนใจในสายตาคนทั่วไปเลย
ไม่น่าเชื่อว่า ความหลงใหลคลั่งไคล้จริงจังในเรื่องสามัญที่ผู้คนมักมองข้าม
จะกลายมาเป็นศาสตร์แห่งการจัดระเบียบที่จริงจังและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกได้
ความหลงใหลนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ 

หลังจากอ่านจบ ฉันปฏิบัติภารกิจเก็บข้าวของ
ทิ้งไปได้ประมาณห้าถุงดำใบใหญ่
ตอนนี้ห้องเรียบร้อยและสะอาดมากขึ้น
รู้สึกดีที่ได้อยู่ท่ามกลางของที่ชอบ
ของที่คิดแล้วคิดอีกตอนจะทิ้ง เสียดมเสียดาย
ตั้งแต่นาทีที่ทิ้งไปจนมาถึงนาทีนี้ 
ฉันกลับไม่ได้คิดถึงมันอีกเลย
ของบางอย่างมันก็ไม่ได้สำคัญจริงๆหรอก
เราแค่คิดไปเองว่ามันน่าจะสำคัญ

สิ่งที่ต้องเตือนตัวเองต่อไปนี้ 
คือ อย่าซื้ออะไรมาเพิ่มให้มันรกอีก
เวลาซื้อของ นอกจากจะมองว่า 
สิ่งนี้เรามีอยู่แล้วหรือเปล่า
ยังต้องมองไปถึงว่า เราจะเก็บมันไว้ตรงไหนด้วย

ได้แต่หวังว่าห้องจะไม่กลับมารกภายในสามวัน
หลังจากเงินเดือนออกนะ


ป.ล. สำหรับคนที่อยากย่นระยะเวลาการอ่าน  มีเวอร์ชั่นซีรีส์ให้ดูแทนด้วย 
(แม้แต่เรื่องจัดบ้านก็สามารถเอาไปทำละครได้ ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ)





Rookierun #6





ปีที่แล้ววิ่ง 6.2K
ปีนี้ขยับมาวิ่ง 10.5K

คนมาวิ่งเยอะมาก
แถมยังต้องขึ้นสะพานสองสะพาน
ซีดเลย
( นี่ขนาดแอบโกงเดินขึ้น )

แต่งานโอเคเลย
กั้นรถดี
คงสถานที่กว้างขวาง
อาหาร น้ำและเหรียญพอเพียง
ได้ต้นมะลิมาเป็นที่ระลึกเหมือนเคยด้วย
(เลี้ยงได้สองเดือนก็เหี่ยวแห้งแล้ว)


ปีหน้าจะลงระยะไหนดีนะ




8.8.58

ทำลายกำแพง

ครั้งแรกที่ได้รู้จักกับพี่คนหนึ่ง
เขาดูเป็นคนเฟรนด์ลี่กับทุกคน
แต่กับฉัน เขาดูเฉยๆ
ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์
ฉันยังคิดเลยว่าเคมีไม่ตรงกัน
จนฉันไม่ได้สนใจ ไม่ค่อยได้คุยด้วย

ต่อมาเราเจอกันบ่อยขึ้น
เริ่มทักทาย คุยกันผ่าน FB เป็นระยะๆ
แต่เหมือนยังมีกำแพงกั้นอยู่
ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันเลย

จนล่าสุด
เราผ่านประสบการณ์คลุกฝุ่นมาด้วยกัน
แถมมีคนจัดให้อยู่ใกล้กัน ต้องคอยดูแลกันหลายวัน
มันเลยทำให้ฉันได้เปิดใจและเปิดตาตัวเองมากขึ้น
เข้าใจในตัวเขามากขึ้น
และเห็นว่าฉันเข้าใจผิด คิดไปเองหลายต่อหลายเรื่อง
ความจริง เขาดีกับฉันมากเลย




มันช่วยให้มีกำลังใจขึ้นมานิดหนึ่งนะ
เรื่องที่ฉันมักจะเหนื่อยใจในการพยายามทำความรู้จักใครใหม่ๆสักคน

เอาน่า
มิตรภาพไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวเหมือนกัน


6.8.58

วัดเพลง


ถ้าพูดถึงตลาดริมน้ำ 
ฉันนึกถึงตลาดน้ำอัมพวาเป็นแห่งแรก
แต่มันกลับเป็นสถานที่ที่ฉันไม่อยากไปซ้ำ
เพราะนอกจากจะต้องเดินเบียดเสียดกับผู้คนล้นหลาม
ภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบเดิมที่ฉันอยากเห็น
ยังเปลี่ยนไปจนฉันไม่รู้สึกประทับใจอีกแล้ว
ตลาดริมน้ำหลายแห่งก็เช่นกัน 
นับวันจะยิ่งกลายเป็นตลาดเพื่อการค้า
บ้างก็ประดิษฐ์ความเก่าแก่ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบความอาวุโสตามกาลเวลา

เมื่อได้ยินว่าจะได้ไปเยือนตลาดน้ำวัดเพลง จ.ราชบุรี
ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
คิดว่าจะเป็นตลาดน้ำทั่วไปเหมือนอย่างที่ชินตา
กลับกลายเป็นว่าไม่เหมือนที่ฉันคิดเลยสักนิด




















เรือนไม้ชายน้ำปลูกเรียงรายริมคลอง
มีร้านค้า ร้านทำผม ร้านขายยาสลับกับบ้านพัก
ไม่มีร้านค้ารกตามากมายอย่างที่ฉันคาดว่าจะเห็น
ไม่มีร้านขายของที่ระลึก ไม่มีเสื้อยืดสกรีนชื่อสถานที่
เพราะตลาดที่นี่วายไปกว่าห้าสิบปีแล้ว
หลังจากที่ผู้คนหันมาสัญจรทางบก
ทุกวันนี้ มีเพียงเรือขายกวยจั๊บของป้าทุมเหลืออยู่เพียงลำเดียวเท่านั้นในท้องน้ำ
ภาพตลาดน้ำที่รุ่งเรืองในช่วงหลายสิบปีก่อน จึงไม่หลงเหลือให้เห็น
นักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากนักจะได้ผ่านมาทักทาย










































ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นชาวชุมชนริมน้ำที่อยู่กันมาหลายต่อหลายรุ่นจริงๆ
ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็แวะทักทายกันตลอด
นักท่องเที่ยวแปลกหน้าอย่างพวกเราเดินเข้าไปก็มาชวนคุย
บรรยากาศเงียบสงบ ลมพัดโชยเย็นกาย
เหมาะแก่การมาพักใจให้หายจากความเหนื่อยล้า



ได้ลองชิมขนมเทียนสลัดงา ขนมหายากของที่นี่ด้วย
เป็นแป้งคลุกงาคั่วใหม่ส่งกลิ่นหอม
อร่อยมีคุณค่า น่าติดใจ




ได้ไปโบสถ์วัดพระคริสต์พระหฤทัยด้วย
เห็นแล้วรู้สึกนึกถึงโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมลที่จันทบุรี
ตอนที่ไปถึงโบสถ์ปิดอยู่ สักครู่มีคนมาเปิดให้
โชคดีที่ได้มีโอกาสมาชมภาพกระจกสีสันสวยงามภายใน
ได้เข้าโบสถ์ทีไรทำให้รู้สึกเหมือนใกล้เทศกาลคริสต์มาสทุกที




















นอกจากนี้ยังได้ไปโรงงานเซรามิกเก่าแก่ เถ้าฮงไถ่
ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของราชบุรีไปแล้ว
นั่งมองคุณลุงคุณป้าเขียนลายมังกรบนโอ่งกันอย่างเพลิดเพลิน
ลวดลายสีสันสดใสเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ไม่เหมือนโอ่งลายดินเผาที่ฉันเคยตักอาบอีกแล้ว



















ทริปวันนี้เป็นทริปสั้นๆเงียบๆ
แต่มีสิ่งที่น่าประทับใจและจะคงอยู่ในความทรงจำลึกๆ
รอสักวันที่จะกลับมาค้นเจอ
เหมือนตลาดน้ำวัดเพลงแห่งนี้



* ขอขอบคุณอาจารย์ธีรภาพ โลหิตกุล และอาจารย์สมปอง ดวงไสว
วิทยากรผู้เสียสละเวลามาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์แก่พวกเรา
และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของอาจารย์ธีรภาพ
ก่อนที่อาจารย์จะพักรักษาอาการจากโรคประจำตัว