1.8.57

ความสุก























ฉันเชื่อในหลัก you are what you eat
เมื่อเราดูแลร่างกายด้วยอาหารที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารราคาแพง 
ร่างกายจะให้พละกำลัง ความกระฉับกระเฉง ผิวพรรณสดใสกลับคืนมา 
การออกกำลังกายทำให้ฉันหันมาทำอาหารและดูแลสุภาพมากขึ้น 
เลือกมากขึ้นว่าจะรับอะไรเข้าไปในร่างกาย
( เพราะมันเอาส่วนที่เกินความต้องการของร่างกายออกยาก ) 
จากที่ไม่เห็นการทำอาหารกินเองอยู่ในสายตา 
กลับกลายเป็นว่า พยามทำข้าวกล่องไปกินที่ทำงานทุกวัน 

เนื่องจากฝีมือการประกอบอาหารฉันไม่เก่งกาจ  
อาศัยว่าเคยเป็นลูกมือช่วยล้างช่วยหั่นในครัวมาบ้าง
มีโอกาสเห็นแม่ครัวประกอบอาหารผ่านตา จึงพอจำมาทำตามได้  
อาหารที่ทำเลยวนเวียนอยู่แค่ประเภทหน้าตาจืดๆธรรมดา
ต้ม ผัด แกง ทอด  อย่างไข่เจียว ไข่ต้ม ผัดผัก ต้มจืด  
ประกอบกับพื้นที่ครัวและอุปกรณ์มีไม่เยอะ 
เลยไม่แอดวานซ์ทำเมนูยากๆ
ดีที่ฉันเองเป็นคนที่กินอาหารขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว 
จึงไม่ค่อยเป็นปัญหากับความสามารถด้านนี้ของตัวเองเท่าไหร่  

ฉันเริ่มเดินซื้ออาหารสดบ่อยครั้งขึ้น 
แวะซื้อผักปลาอาหารสด จากเดิมที่แต่ซื้ออาหารสำเร็จรูป 
มีเวลาว่างก็มองหาเมนูอาหาร เปิดดูคลิปทำอาหาร 
คิดว่าจะทำอะไรในสุดสัปดาห์ 
เดินดูอุปกรณ์ทำครัว
มันเหมือนได้เปิดโลกใหม่ให้เข้าไปเดินเล่นอีกใบ   

แม้ต้นทุนในการทำจะสูงกว่า 
อีกทั้งต้องมาเหนื่อยกับการเก็บ การทำความสะอาด 
และรสชาติไม่อร่อยเท่าร้านอาหาร   
แต่มั่นใจได้ว่าได้อาหารที่เราทำสะอาด ปลอดภัย
และได้กินอย่างที่เราต้องการแน่นอน  
เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร ใส่อะไรมากน้อยแค่ไหน 
อยากกินผัดกะเพรา ก็สามารถใส่ใบกะเพราะได้เต็มที่
ไม่ต้องใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพด เห็ดแบบที่ร้านทำ 
ไม่ต้องห่วงว่าน้ำมันที่ใช้จะซำ้แล้วซ้ำเล่า 
หรือกับข้าวจะอุดมไปด้วยไขมันเยิ้ม 
ชอบแบบไหนเราสามารถเลือกได้ 
ฉันเองพยายามจะใช้นำ้มันในการประกอบอาหารให้น้อยที่สุด 
( แต่ยังกินมันฝรั่งทอดไม่เลิก ) 
สนุกดีเวลาที่คิดหาวิธีที่จะทำอาหารให้ออกมาหน้าตาเหมือนแบบที่ชาวโลกทั่วไปกิน 
แต่ใช้วิธีของเราเอง   
เช่น ไข่เจียวประคมเครื่องไร้น้ำมัน  
ไก่ย่างเทริยากิกระเทียมพริกไทย
แพนเค้กไม่ชุ่มเนย หรือผัดผักต้มเค็ม

การทำอาหารทำให้มองเห็นคุณค่าของส่วนประกอบในอาหารมากขึ้น
เพราะเราใกล้ชิดตั้งแต่ขั้นตอนการเลือก 
เห็นวัตถุดิบตั้งแต่อยู่ในรูปสดๆ 
ค่อยเปลี่ยนสภาพไปจนถึงสุก
ยิ่งถ้าเป็นพืชผลที่เราดูแลเองมาแต่ต้น 
ยิ่งเพิ่มความผูกพันต่ออาหารจานนั้นมากขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 
ฉันลองปลูกถั่วงอกกินเอง หลังจากที่ไม่ได้ปลูกมานานนับสิบปี
ง่าย  สะดวกกับคนที่ไม่มีพื้นที่เยอะ
แถมมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องได้ผลผลิตอย่างแน่นอน  
ถั่วงอกที่ฉันปลูกไม่ค่อยได้มาตรฐานเท่าไหร่ 
เพราะปลูกเยอะไปและโดนแสงแดด ทำให้ต้นเริ่มเขียว 
แต่พอนำไปผัดกับเต้าหู้และต้นหอมแล้วก็อร่อยดี 
นับเป็นกำลังใจในการเริ่มปลูกผักกินเอง 

อยากให้ทุกคนลองทำอาหารกันเองดูบ้าง
แล้วจะรู้ว่า
ความสุกของอาหาร
คือความสุขของเรา 

2 ความคิดเห็น:

  1. ใกล้ชิดตั้งแต่ตอนเลือกสรร เห็นคุณค่าของส่วนประกอบ เปลี่ยนสภาพเป็นสุกงอมพร้อมรับประทาน -- เหนื่อยแต่มีความสุขเน้อ
    แค่ช่วยเตรียมก็มีความสุขแล้ว (คือ ช่วยคนข้างๆ เตรียม >_<)

    ตอบลบ
  2. อาหารน่าทานมากค่ะ :)
    หลังๆ มานี่เราสนใจพวก clean food
    เห็นคนแนะนำว่าอยากได้คลีนจริงๆ เราควรทำเอง
    แต่ทุกวันนี้ยังทำเป็นแค่ไข่ตุ๋นในไมโครเวฟอยู่เลยค่ะ (ชีวิตอาภัพมาก)

    ตอบลบ