23.9.57

ขี้อิจฉา



















{ อิจฉา : ความอยาก ความต้องการ ความปรารถนา }
{ ริษยา : อาการที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี เห็นเขาได้ดีแล้วทนนิ่งอยู่ไม่ได้ }


สารภาพว่าฉันเป็นคนขี้อิจฉานะ
เวลาเห็นคนอื่นเป็นนูน เป็นนี่ ทำนู่น ทำนี่ มีนู่น มีนี่
ก็อยากจะได้ อยากจะมี อยากจะเป็น เช่นคนอื่นเขาบ้าง

ยิ่งทุกวันนี้ได้เห็นชีวิตคนอื่นผ่านโซเชียลมีเดียบ่อยขึ้น
คนนั้นได้กินอาหารเช้าสุดหรู
คนนี้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในจุดที่สวยที่สุดในโลก
คนโน้นกำลังช็อปปิ้งที่ฝรั่งเศส
คนนั้นนอนเปลชิลล์ที่ริมแม่น้ำซอง
คนนี้ปาร์ตี้กับเพื่อน
คนโน้นฉลองวันเกิดกับครอบครัว
คนนั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ฯลฯ
ความอิจฉาของฉันยิ่งก่อกำเนิดขึ้นมาง่ายตามไปด้วย

จริงๆความอิจฉามีประโยชน์
เพราะมันเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เราลงมือทำอะไรสักอย่างบ้าง
(แต่ต้องเป็นความอิจฉาแบบพอดีๆนะ)
ถ้าเราอยากได้ อยากมี อยากเป็นเหมือนคนอื่นเขา
ก็ควรลุกขึ้นมาจัดการชีวิต
หากมัวนั่งจับเจ่า นอนฝัน คิดวนเวียนอิจฉา
คงไม่มีสิ่งดีงามอันใดงอกเงย
มีแต่ทำให้ความอิจฉาปกคลุมหัวใจจนกลายเป็นทุกข์

'รงษ์ วงษ์สวรรค์ยังบอกไว้เลยว่า ความอิจฉาคือหัวใจของศิลปิน
ฉันแอบเห็นด้วยเล็กๆ
เวลาที่เห็นผลงาน อ่านงานเขียนของใครก็ตาม
แล้วฉันรู้สึกชอบ
อิจฉามันเกิด
อยากจะทำ อยากจะเขียนให้ได้แบบนั้นบ้าง
เวลาที่ไอเดียตีบตัน นึกอะไรไม่ออก
ฉันเลยชอบไปดูความสำเร็จของคนอื่น ไว้ให้เป็นที่อิจฉา
เรียกแรงฮึดและแรงบันดาลใจเล่นๆ


โชคยังดีที่ฉันว่าฉันเป็นคนไม่ค่อยริษยา
ต่อให้คนอื่นโชคดีมีสุขยังไง
ฉันก็ไม่คิดที่จะทำอะไรที่ส่งผลให้เขามีสุขน้อยลง
ไม่เคยอยากจะลาย ทำร้ายให้คนอื่นเดือดร้อน
ใช่ว่าจะเป็นคนดีอะไรหรอกนะ
เพียงแต่ขี้เกียจเกินกว่าจะคิดหาเรื่องวุ่นวาย

ความอิจฉาของฉันจึงเป็นแค่อิจฉา
อิจฉาที่ฉันพยายามเพาะบ่มให้เป็นมุทิตา
อิจฉาที่เป็นเหมือนหมอกตอนเช้า
พอสายก็จางหายไป
ไม่ใช่อิจฉาริษยา
ที่เป็นเหมือนเหมือนควันไฟ
เผาไหม้มืดมัวไป
จนควันทำเราน้ำตาไหลเอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น