ไม่นานเกินรอสำหรับ Little Forest : Winter & Spring
ครบสี่ฤดูกาลกับชีวิตบ้านเล็กในป่าใหญ่
ภาพธรรมชาติอันงดงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
ยังคงสร้างความประทับใจให้ผู้ชมเช่นเคย
แม้ภาคนี้ไม่ได้ทำให้กบในท้องของฉันร้องดังเท่าภาคแรก
(เนื่องจากเตรียมตัวไม่ให้ท้องว่างไปอย่างดี)
แต่ช่วยเติมเต็มเรื่องราวที่ขาดหายของอิชิโกะ
และพาให้ใจอิ่มเอมไปกับชีวิตของชาวโคโมริ
หลายฉากในเรื่องมันสะเทือนใจฉันเล็กๆ
อย่างฉากที่อิชิโกะแอบบ่นนายจ้างชายที่เธอไปทำงานให้
มันเป็นอารมณ์พีคที่คนอยู่คนเดียวอย่างฉันเข้าใจดีเลย
นอกจากจะมีงานนอกบ้านที่ต้องรับผิดชอบแล้ว
ยังมีงานในบ้านจุกจิกมากมายที่รอต้องทำ
โดยไม่มีคนช่วยแบ่งเบาภาระ
หรือฉากที่อิชิโกะทำอาหารกล่องให้เพื่อนที่ทำงาน
แล้วพบความจริงจนเปลี่ยนใจไม่ให้
นั่นก็แอบเจ็บนิดๆ
อิขิโกะโชคดีที่มียูตะและคิกโกะ
คอยมาดูแล เเวะมาคุยเป็นเพื่อน
เป็นลูกมือทำอาหาร ช่วยงานในบ้านและในสวน
ทั้งสามคนเติบโตและเรียนรู้ผ่านชีวิตของกันและกัน
ตอนกลางเรื่องมีฉากที่ทำให้เอะใจว่าอิชิโกะจะลงเอยกับยูตะหรือเปล่านะ
แต่ดีแล้วที่มันจบลงตัวแบบในหนังอย่างนั้น
กล่าวถึงเรื่องของกลมและเกลียวที่แม่ของอิชิโกะเขียนในจดหมายบ้าง
มันทำให้ฉันนึกถึงทฤษฎีระยะทางและการกระจัด
หลายครั้งที่เราเริ่มต้นเดินทางไปไหนสักเเห่ง
เดินไปไกล ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย หวังว่าจะไปถึงจุดหมาย
แต่สุดท้ายแล้วพบว่าเราวกกลับมาอยู่ตรงจุดเดิม
เหมือนเราไม่เคยไปไหน
มองดูแล้วการกระจัดมันอาจเป็นศูนย์
แต่ระยะทางไม่ใช่
เราได้ผ่านอะไรไปแล้วมากมาย
ตัวเราในจุดเดิมตอนนี้กับตัวเราตอนเริ่มออกเดินทางนั้นต่างออกไป
ไม่มีการเดินทางครั้งไหน ที่ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง
หลายคนมองว่าการทำงานในออฟฟิศเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆเดิมๆ
อยากหนีไปทำสวนทำไร่
การทำงานในไร่ในสวนก็เป็นงานทำซ้ำๆเดิมๆเช่นกัน
หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตจบ
เกษตรกรต้องเตรียมดิน เตรียมไร่นา
เตรียมตัวปลูกพืชปลูกพืชผลชนิดใหม่ตามฤดูกาล
หมุนเวียนผ่านไปเหมือนเดิมทุกปี ทุกปี
ขณะอยู่ในฤดูร้อนต้องมองไกลไปถึงฤดูหนาวที่กำลังจะก้าวมาถึง
ไม่ต่างกับการทำงานที่ต้องวางแผนไปถึงอนาคตข้างหน้า
ไม่ว่าจะดำรงชีวิตแบบคนเมืองหรือคนชนบท
ทุกคนล้วนแล้วแต่มีวัฏจักรของตัวเอง
ฉันว่ามันอยู่ที่เราจะมองยังไง
สุขใจกับสิ่งที่เราทำหรือเปล่า
เราอาจเฝ้าอิจฉาชีวิตที่เราคิดไปเองว่าเป็น Slow Life
ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่
เเต่ละคนก็มีความลำบากในแบบของตัวเอง
สิ่งที่ฉันชอบอีกอย่างคือความเข้มแข็งของชุมชนโคโมริ
ที่รัก ภูมิใจและต้องการพัฒนาตัวเอง
เห็นจากการที่มีการประชุมหมู่บ้านบ่อยครั้ง
หรือจากการพูดถึงการจัดการที่รกร้างไม่ให้เป็นพื้นที่ไร้คนดูแล
อยากให้ชุมชนบ้านเราเป็นแบบนี้บ้าง
ฉากจบที่อิชิโกะเต้นรำแบบญี่ปุ่นในงานของหมู่บ้าน
มันทำให้ฉันน้ำตาปริ่มเลย
ยินดีด้วยกับการตัดสินใจของอิชิโกะ
ที่เธอไม่ต้องหนีอีกต่อไป
และพร้อมจะสู้เพื่อวันข้างหน้า
กับคนที่เธอรัก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น