ไม่ค่อยรู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกั
ไม่เคยอ่านรีวิวของนักเดินทางที่เคยเหยียบย่างไปมาก่อน
ไม่เคยรู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้ นและตกที่นี่สวยแค่ไหน
เคยได้ยินแค่ว่าเป็นพื้นที่ที่ มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ ซึ่งแตกต่างไปจากที่อื่นๆ
มีพืชบางชนิดเท่านั้นที่ สามารถเติบโตได้ที่นี่ (เช่น ดอกเทียนนกแก้ว )
และเมื่อยืนอยู่บนยอดดอยนี้ ยามค่ำคืน
จะมองเห็นหมู่ดาวใกล้ตา อย่างที่เคยได้รับนามว่า เพียงดาว
แต่เพียงสองข้อนี้ ก็ดึงดูดใจมากพอที่ทำให้ สำรวจตารางเวลา
และตัดสินใจกับตัวเองว่า
หนาวเเรกของปีนี้
หยาดฝนพรำต้อนรับในวันเดิ
ทำให้การเดินทวีความยากมากขึ้น
ทว่าดีที่อากาศไม่ร้อนมาก
และเห็นได้ภาพยอดเขาเคล้ าละอองฝนและหมอกที่สวยไปอีกแบบ
อีกใจก็กลัวว่าหากฟ้าไม่เปิ ดและฝนยังคงตกต่อเนื่องทุกวัน
เราคงอดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตลอดจนดาวนับพัน
เลยช่วยกันภาวนาขอให้ฟ้าเป็นใจ
เพราะวันรุ่งขึ้นฟ้ากระจ่างเหมื อนไม่มีฝนมาก่อน
เลยได้ขึ้นไปดูทะเลหมอกพร้ อมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่ ดอยกิ่วลมเหนือ
และพระอาทิตย์ตกที่ ยอดดอยหลวงเชียงดาว
ยอดดอยที่สูงเป็นอันดั บสามรองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้ าห่มปก
แถมด้วยทางช้างเผือกพร้อมหมู่ดาวระยิบระยับนับพันยามค่ำ
ภาพงามตอนนั้น
ทำให้ลืมความเหนื่อยและความยากลำบากทุกอย่าง
ไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่
เชียร์เลยว่าถ้ายังมีแรงอยู่
ลองมาขึ้นดอยหลวงเชียงดาวสักครั้ง
เป็นประสบการณ์ดีๆที่ไม่มีวันลืมจริงๆ
ป.ล. ทริปนี้เป็นทริปที่ถ่ายรูปน้
เพราะลื่นล้มบ่อย มือเปื้อนดินจนไม่คิดจะหยิบกล้ อง
อีกทั้งต้องประคองตั วและประคองสติให้เดินตรง ไม่ไถลตกไปข้างทาง
ไม่มีภาพเซลฟี่ใดๆทั้งสิ้น
ไม่มีภาพเซลฟี่ใดๆทั้งสิ้น





เคยแต่ขับรถผ่าน ดูวิวไปเรื่อยเปื่อยจ้ะ
ตอบลบจำได้ว่าวันที่น้องไป (จนวันนี้) กรุงเทพฯ ยังร้อนราวกับเมษามาไวอยู่เลย :P
ไม่น่าเชื่อว่าที่โน่นจะได้เห็นทะเลหมอกกันแล้ว ^_^