16.10.56

About time




ฉันชอบฉากที่พระเอกกับนางเอกอยู่ด้วยกัน 
ตอนนั้นเป็นเวลาเช้าแล้ว  ถึงเวลาที่ต้องตื่น 
พระเอกลุกขึ้นมา  จะปลุกให้นางเอกตื่นไปดูแลลูกๆ 
แต่แล้วก็ฉุกคิด  
พร้อมตัดสินใจได้ว่า 
ให้นางเอกนอนต่ออีกสักนิดดีกว่า  
ตัวเองขอเสียสละไปเป็นคนที่ดูแลลูกเอง
เพราะอยากทำเพื่อคนที่ตนรัก อยากใช้วันเวลาให้มีค่าที่สุด

มันเป็นอะไรเล็กๆน้อยๆที่น่ารักดี

การเลือกที่จะทำหรือไม่ทำบางสิ่ง
มันห่างกันแค่นิดเดียว
แต่ผลของมันแตกต่างกันเยอะ 
ถึงแม้เราอาจจะไม่รู้สึกถึงผลต่างนั้นก็ตาม
เพราะมันต้องมองด้วยสายตาของผู้ดูเหตุการณ์
ไม่ใช่เจ้าของเหตุการณ์

สิ่งที่ฉันติดใจในหนังเรื่องนี้
คือ ประเด็นที่ว่า 
หากเราคิดได้ว่าตัวเราเองในอนาคต  
จะเกลียดตัวเองที่ทำบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะทำในตอนนี้  
จะอยากย้อนเวลากลับมาแก้ไขมันใหม่ 
ก็จงอย่าทำมันเสียตั้งแต่ตอนนี้

บางทีฉันรู้สึกตัวนะว่า 
สิ่งที่ฉันกำลังจะทำ จะพูดต่อไปนี้
ถ้าฉันทำหรือพูดออกไปแล้ว  ฉันต้องเสียใจทีหลังแน่ๆ 
แต่ฉันก็ยังตัดสินใจทำ
ด้วยเหตุผลด้านอารมณ์  ที่ฟังดูแล้วออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย

การที่จะใช้ชีวิตเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย
ทำดีกับทุกคนเหมือนว่าเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกในวันพรุ่งนี้
ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะในแต่ละวันเราค้องพบเจอเรื่องราวทั้งสบอารมณ์
และไม่สบอารมณ์มากมาย
กว่าทุกอย่างในแต่ละวันจะตกตะกอนจนรู้แจ้งใจ 
หัวก็ถึงหมอนเสียแล้ว

การคิดได้ ตระหนักรู้ได้
ใช่ว่าจะสามารถทำได้

และใช่ว่าจะไม่สายเกิน


3 ความคิดเห็น:

  1. อ่านที่ฟุ้งกับน้องคุยกันเมื่อวันก่อน
    ก็อยากแล่นไปดูเลยนะคะ แต่ทำไม่ได้
    สงสัยเป็นอีกเรื่องที่ต้องสะกดใจรอดูค่ะ

    (ตั้งใจหลอกล่อคนข้าง ๆ ไปดูค่ะ
    แต่ไม่สำเร็จ :P)

    ตอบลบ