เมื่อวันที่ไปงานสัปดาห์หนังสือล่าสุด
เดินเลือกดูหนังสือ
อยู่ๆคนที่ไปด้วยก็เดินเข้ามาสะกิดแขน
สายตาจึงได้เห็นนักเขียนสองคน
กำลังเลือกดูหนังสืออยู่บูธข้างๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน
ฉันคงดีใจ ยิ้มแก้มปริ
ที่ได้เจอนักเขียนชื่อดังคนโปรด
แต่มาวันนี้รู้สึกเฉยๆ
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะฉันโตขึ้น
เลยไม่ได้ตื่นเต้นกับการเจอนักเขียนขวัญใจมหาชน
(เว้นแต่เวลาเจอน้องแบร์รี่นะ ยังตื่นเต้นอยู่)
อีกอย่างหนึ่งคือฉันไม่ได้ติดตามผลงานของนักเขียนคนนี้มานานแล้ว
ทั้งที่ฉันเคยขอลายเซ็น
เคยใจเต้นเวลาเจอหน้าบูธสำนักพิมพ์
เคยพยายามตามอ่านผลงานเล่มใหม่ของเขามานานสม่ำเสมอ
...
การได้ฟังเรื่องราวซ้ำๆ
ผ่านคนหลายกลุ่มที่ผลัดกันเล่าเรื่องคนละแบบ
การฟังแต่เรื่องราวของคนพูดคนเดิม
การได้มองเห็นคำตอบเดิมๆ หลายหน
มันทำให้ฉันเริ่มมองหาโจทย์ใหม่
ที่ลึกซึ้ง กว้างขวาง แตกต่างออกไป
ฉันอยากฟังใครสักคนพูดในสิ่งที่ฉันไม่เคยได้ยิน
บรรยายถึงสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็น
เล่าถึงบางอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัส
หรือคิดในมุมที่ฉันไม่ได้คิด
อยากไปรู้จักกับคนเล่าเรื่องที่ฉันไม่คุ้นเคย
ลองฟังสำนวนการพูดที่ไม่คุ้นหู
นั่นทำให้ฉันเลือกอ่านหนังสือหลากหลายมากขึ้น
เปิดตารับตัวหนังสือใหม่
ทั้งที่ผ่านตาคนอื่นมาแล้วและยังไม่ผ่านตา
ทั้งที่เป็นหนังสือยอดนิยมและไม่ค่อยมีใครนิยม
ทั้งเป็นเรื่องที่ฉันสนใจและไม่เคยสนใจ
การเปลี่ยนแนวหนังสือที่อ่าน
ช่วยเติมเต็ม สิ่งที่ฉันต้องการได้
มันเหมือนกับการมีเพื่อนหลายๆคน
มีเพื่อนหลายๆแบบ
วันหนึ่งฉันอาจจะอยากฟังเรื่องเที่ยวกับคนนี้
วันหนึ่งฉันอาจจะอยากปรึกษาความรักกับคนนั้น
วันหนึ่งฉันอาจจะคิดอยากคุยเรื่องการเงินกับคนโน้น
วันหนึงฉันอาจจะอยากฟังความคิดเรื่องการเมืองกับอีกคน
ไม่มีใครรู้อะไรหมดทุกอย่าง
ไม่มีใครเห็นอะไรตรงกันเสมอ
และเราคงไม่มีใครคุยกับเพื่อนอยู่แค่คนเดียว
ฟังคำตอบเดิม
โดยไม่ลองฟังความคิดเห็นของคนอื่นดูบ้าง
...
ในงาน ฉันลองหยิบหนังสือเล่มใหม่ของนักนักเขียนคนนั้นมาเปิดอ่าน
และแน่นอน
ฉันไม่ได้พาหนังสือเล่มนั้นกลับบ้าน
ไม่ใช่ว่าผลงานของนักเขียนเจ้าของหนังสือไม่ดี
เพียงแต่ว่า
มันไม่ได้ตอบโจทย์ฉัน
มันยังไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากจะฟังขณะนี้เท่านั้นเอง
ไม่แน่หรอก
ไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งหน้า
ฉันอาจจะไปต่อแถวขอลายเซ็นนักเขียนคนนั้นก็เป็นได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น