เป็นคนประเภทจับด้ายเมื่อไหร่เป็นต้องยุ่งเหยิงพันกัน
มันปมด้ายใหญ่ขนาดเห็นได้ไกลตั้งแต่ร้อยเมตร
แถมทำงานเกี่ยวกับผ้าที่ไร
เป็นอันต้องบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยร่องรอยหมกเม็ดของการเย็บที่ผิดพลาด
ฝังใจมาตลอดว่าเป็นคนไม่เหมาะกับงานที่เกี่ยวกับผ้าทุกชนิด
พยายามไม่ข้องเกี่ยวกับเย็บปักถักร้อย
ทั้งที่อยากทำอยู่เหมือนกัน
แต่แล้วก็มีเหตุให้ไปเจอ workshop ปักผ้าจุ๊กจิ๊ก
ที่เห็นแล้วปิ๊ง
ทำให้นึกถึงกล่องคุกกี้ทีไว้่ใส่อุปกรณ์เย็บผ้า
ซึ่งเต็มไปด้วยไหมหลากสีของแม่
ตลอดจนปลอกหมอนลายดอกไม้ปักมือที่เคยหนุนนอน
จนอยากมีผลงานของตัวเองสักชิ้นบ้าง
ขอท้าทายตัวเองอีกสักหน
ว่าฉันจะสามารถข้ามผ่านขีดจำกัดไปได้หรือเปล่า
เลยไปสมัครเรียนปักผ้า
ทั้งที่รู้ว่างานอาจจะออกมาไม่รอดนี่ละ
ในคลาสที่เรียนมีนักเรียนทั้งหมด 5 คน
ประกอบไปด้วย พี่แหม่ม พี่ใหญ่ที่ช่างคุยและใจดี เรียนมาแล้วสารพัด
ไข่มุก สาวเปรี้ยวที่มีคนใกล้ชิดรู้จักกับคุณครู
พร สาวฝีมือดี และแอม สาวผู้มาไกลจากสระแก้ว
คุณครูของเรา คือ ครูอ๋าย
อดีตนักโฆษณาในบริษัทอันดับต้นของเมืองไทย
ที่เปลี่ยนชีวิตโดยละทิ้งงานประจำมาทำงานฝีมืออย่างเป็นทางการ
ครูอ๋ายปักผ้าสวยมาก
ทั้งที่เพิ่งทำมาเพียง 2 ปี
(ครูมีบล็อกและเพจที่สามารถดูได้ทั้งงานศิลปะงามๆ
และอ่านบทความเกียวกับชีวิตให้ชวนคิดที่ http://doknommeaw.blogspot.com/ https://www.facebook.com/doknommeawhandmade )
ฉันไปถึงห้องเรียนเป็นคนสุดท้าย
ขณะที่คนอื่นเริ่มเรียนไปก่อนหน้าแล้ว
จึงรีบทำ รีบเรียนตามคนอื่นให้ทัน
ประกอบกับการที่ไม่มีฝีมือ ทำให้ต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษ
เลยไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่
ค้นพบว่าการปักผ้าเป็นวิธีการฝึกสมาธิที่ดีเยี่ยม
ทำให้ใจเย็น นิ่ง และต้องมีสติตลอดเวลา
ทุกฝีเข็มที่เคลื่อนไหวมีผลต่อลายที่จะฝากบนเนื้อผ้า
วอกแวกเพียงนิดเดียวอาจส่งผลให้ต้องมานั่งแก้ปัญหายาว
มาเรียนครั้งนี้ได้ผลดีเกินคาด
เป็นเพราะฉันโตขึ้นด้วยหรือเปล่าไม่รู้
การปักผ้าของฉันจึงไม่มุทะลุและดึงดันมากเหมือนเมื่อก่อน
ตรงไหนที่ปักผิดก็ค่อยๆรื้อแล้วปักใหม่
ทั้งที่ปกติคงถอดใจไม่ทำแล้ว
ด้ายพันก็ค่อยๆแก้
ไม่หงุดหงิดกระชากติดมือจนขาด
รู้สึกรักงานปักขึ้นมาเยอะเลย
กว่าจะได้งานแต่ละชิ้น
ต้องใช้ความระมัดระวังและละเมียดละไมอย่างยิ่ง
อีกทั้งใช้เวลาเยอะมาก
บอกเลยว่า ถ้าไม่รักใครปักใจจริงๆ
ฉันจะไม่ปักให้สักไจ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น